ศุลกากรยกระดับมาตรการสกัดกั้นยาเสพติด ใช้ ‘เครื่องเอกซเรย์-สุนัข K-9’ ตรวจสัมภาระขาออก ดึง AI คัดกรองผู้โดยสาร เลี่ยงไม่ให้กระทบนักท่องเที่ยว
วันนี้ (6 กรกฎาคม) พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ยกระดับมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดไปยังต่างประเทศตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ผ่านการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบในส่วนของขาออกมากขึ้น ทั้งการนำเครื่องเอกซเรย์มาสแกนสัมภาระ รวมถึงนำสุนัขตำรวจ (K-9) มาดมหาสารเสพติด ก่อนโหลดกระเป๋าเดินทาง
“เริ่มมีการเอกซเรย์ขาออกแล้ว แต่ยังไม่สะดวกนัก เพราะต้องเอากระเป๋าที่สงสัยไป เอกซเรย์เครื่องขาเข้า นอกจากนี้ ยังเริ่มใช้ K9 ดมพัสดุภัณฑ์แล้วเช่นกัน” พันธ์ทองกล่าว
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังเพิ่มโทษปรับ กรณีลักลอบส่งออกกัญชาในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท พร้อมยึดของกลาง โดยมีผลตั้งแต่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับการปราบปรามยาเสพติดอีกด้วย
ที่ผ่านมาประเทศไทยมุ่งเน้นเฉพาะการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้า และไม่ค่อยเข้มงวดกับผู้โดยสารขาออกมากนัก ซึ่งเป็นลักษณะการดำเนินงานปกติของศุลกากรทั่วโลก แต่ด้วยระบบสาธารณูปโภคที่ดี ทำให้ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการลำเลียงยาเสพติด
“เมื่อก่อน เรากลัวว่าการตรวจสอบสัมภาระขาออกจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แต่วันนี้ เราต้องลองดู” พันธ์ทองกล่าว
อย่างไรก็ตาม พันธ์ทองยอมรับว่า กรมศุลกากรไม่สามารถตรวจสอบนักเดินทางกว่า 85 ล้านคนต่อปี รวมถึงคอนเทนเนอร์ทั้ง 13 ล้านตู้ได้หมด กรมศุลกากรจึงจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงผู้โดยสาร เป็นตาข่ายกรองเป็นขั้นต้น ผ่านระบบบริหารความเสี่ยง หรือ Risk Management ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรักษาสมดุล ไม่ให้การตรวจสอบกระทบนักท่องเที่ยวมากจนเกินไป เนื่องจากเป็นรายได้หลักของประเทศ และเป็นจุดอ่อนสำคัญที่มิจฉาชีพพยายามแฝงตัว
ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 1 ตุลาคมจนถึง 30 มิถุนายน กรมศุลกากรจับคดียาเสพติดไปแล้วกว่า 100 คดี นับเป็นมูลค่ากว่า 700-800 ล้านบาท ผ่านการบูรณาการร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ตลอดจนการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
“เมื่อวานเราจับยาเสพติดขาเข้าได้กว่า 100 กิโลกรัมที่แม่สาย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าบ้านเราไม่ใช่แหล่งผลิต” พันธ์ทองกล่าว
ทั้งนี้ พันธ์ทองระบุว่า กรมศุลกากรยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ยังไม่สามารถเพิ่มเครื่องเอกซเรย์ได้ครบทุกด่าน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ AOT พิจารณาสนับสนุนกรมศุลกากร ในการเพิ่มเครื่องเอกซเรย์ประจำอาคารโดยสารขาออก ทั้งในส่วนผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า
สุดท้ายนี้ พันธ์ทองให้คำมั่นว่า กรมศุลกากรจะเพิ่มความเข้มงวดให้ยาเสพติดเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้จะไม่สามารถทำให้หมดไปได้
“ประเทศที่เข้มงวดที่สุดในโลกอย่างออสเตรเลีย ยังทำให้หมดไปไม่ได้เลย คือเราต้องพยายามที่จะให้มันน้อยที่สุด หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ ให้มันยุ่งยาก ให้มันลำบากกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ไม่ให้มันสามารถดำเนินการในบ้านเราได้” พันธ์ทองกล่าว

