×

Crazy Delicious รายการแข่งขันทำอาหารที่จะบอกกับคุณว่า ‘อลังการอย่างเดียวไม่พอ ต้องอร่อยด้วย’

13.07.2020
  • LOADING...

จากจุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพสวยๆ ลงอินสตาแกรม ทุกวันนี้ไม่ว่าคุณจะไปกินอาหารจานใหม่ ไปคาเฟ่เปิดใหม่ ชมงานนิทรรศการ หรือเที่ยวแลนด์มาร์ก ล้วนแล้วแต่จะต้องยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพสวยๆ แล้วอัปลงอินสตาแกรมราวกับเป็นหน้าที่หลักที่สำคัญด้วยกันทั้งนั้น พฤติกรรมที่ว่าทำให้เรารู้จักกับคำศัพท์ว่า ‘Instagrammable’ หรือ ‘Insta-worthy’ ที่ความหมายให้อารมณ์ว่า ‘สวยจนน่าถ่ายรูปลงอินสตาแกรม’ หรือ ‘ควรค่าแก่การถ่ายลงอินสตาแกรม’ ซึ่งบ้างก็ว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้ามารบกวนแก่นแท้ของการทำอาหารหรือออกแบบสถานที่ เพราะแทนที่คำถามสำคัญจะอยู่ตรงความอร่อย หรือความสมบูรณ์ในแง่ศิลปะ กลับถูกตั้งโจทย์มาให้ควรค่าแก่การถูกถ่ายภาพแทน  

 

Crazy Delicious คือรายการแข่งขันทำอาหารสัญชาติอังกฤษรายการใหม่ ที่เพิ่งลงฉายผ่าน Netflix เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะให้ความบันเทิงเอาใจคนรักอาหารแล้ว สำหรับเรา Crazy Delicious คือรายการที่ไม่มองข้ามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบถ่ายภาพอาหาร รวมถึงไม่ต่อต้านการทำอาหารให้ Insta-worthy แต่กลับหยิบทั้งสองอย่างนั้นขึ้นมาเป็นเกณฑ์การตัดสิน ว่าต้องบ้าให้สุด แต่ยังย้ำชัดในจุดยืนด้วยว่า ‘อาหารทุกจานจะบ้าอย่างเดียวไม่พอ ต้องอร่อยด้วย และความอร่อยยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด’ 

 

ทั้ง 6 ตอนของ Crazy Delicious ดำเนินขึ้นภายในครัวที่ถูกจัดฉากให้อยู่ในป่าที่วัตถุดิบทุกอย่างสามารถหาได้ในสวนรอบๆ ในแต่ละตอนผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะต้องเข้าไปเลือกหยิบวัตถุดิบในป่าของรายการก่อนนำมาทำอาหารตามโจทย์ แต่แบ่งออกเป็น 3 รอบ ได้แก่ 

 

 

  1. Magic Ingredient ทางรายการจะกำหนดวัตถุดิบขึ้นมาหนึ่งชนิด และให้ผู้เข้าแข่งขันปรุงออกมาเป็นเมนูที่ชูวัตถุดิบนั้นออกมาให้ดีที่สุด ข้อนี้หลายครั้งวัตถุดิบเป็นผักที่เรามักมองข้ามหรือมักได้รับบทเสริมในจานอย่าง แครอต หรือมะเขือเทศ แต่ความสร้างสรรค์เท่านั้นที่จะทำให้เมนูอย่างซุปแครอต ที่แม้แต่กรรมการเองได้ยินชื่อยังกังวลว่าจะพิเศษได้อย่างไร ต้องตกใจและปรบมือให้ตามๆ กัน 

 

  1. The Reinvention โจทย์ข้อที่สองคือการกำหนดโจทย์เป็นอาหารจานคุ้นเคยหนึ่งชนิด อย่างฮอตด็อก หรือพิซซ่า โดยให้ผู้เข้าแข่งขันตีโจทย์ออกแบบจานนั้นขึ้นใหม่ ทั้งหน้าตาและประสบการณ์การกิน โดยยังคงความเป็นจานนั้นๆ อยู่ 

 

  1. The Final Feast คือโจทย์การสร้างมื้อ 1 มื้อ อย่าง Brunch หรือ Afternoon Tea ในแบบของผู้เข้าแข่งขันเอง ข้อนี้ตัดสินไม่ใช่แค่จานจานเดียว แต่การที่จานนั้นๆ จะต้องแสดงออกถึงวัฒนธรรมการกินนั้นๆ ด้วย 

 

 

 

แค่ฟังทั้งสามโจทย์ก็สนุกและน่าคิดตามแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ที่ไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้านธรรมดาๆ แต่ละคนมาจากหลากหลายอาชีพ บ้างเป็นคุณแม่ที่ชอบทำอาหารสนุกๆ ให้ลูกๆ บ้างเป็นฟู้ดบล็อกเกอร์เจ้าของแอ็กเคานต์ที่ถ่ายรูปสวยมากๆ บ้างเป็นเจ้าของช่องรายการสอนทำอาหารของตัวเอง หรือกระทั่งหนึ่งในทีมเชฟจากร้านอาหารดัง ซึ่งความสามารถของแต่ละคนไม่ธรรมดาเอาเสียมากๆ (เชื่อได้เลยว่าในทุกตอนคุณจะต้องถึงกับตามไปฟอลโลว์อินสตาแกรมของพวกเขากันแน่ๆ) 

 

 

และนอกจากผู้เข้าแข่งขันจะไม่ธรรมดาแล้ว กรรมการทั้งสามคนที่มาตัดสินในรายการก็พิเศษไม่แพ้กัน นำโดยเชฟและเจ้าของรายการทำอาหารชาวอเมริกัน Carla Hall,  Heston Blumenthal เซเลบริตี้เชฟเจ้าของร้านอาหารดีกรีสามดาวมิชลิน The Fat Duck และ Niklas Ekstedt เชฟชาวสวีเดนเจ้าของร้านอาหาร Ekstedt กับซิกเนเจอร์การปรุงอาหารด้วยการย่างบนไฟ การที่ได้ทั้งสามคนมาตัดสินอาหารขนาดนี้ นอกจากเราจะเห็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ก็ยังได้รู้มุมมองจากเชฟมืออาชีพแต่ละคนกันไปเลยว่า ทั้งบ้าและอร่อยด้วยต้องเป็นอย่างไร ไม่แน่ดูจบคุณอาจจะลุกขึ้นมาหยิบกระทะ เปิดเตา ออกแบบเมนู Crazy Delicious ของตัวเองบ้างก็ได้   

 

รายการ Crazy Delicious ฉายแล้วทั้งหมด 1 ซีซัน จำนวน 6 ตอน ทาง Netflix 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories