×

Semm Cumasch โคโม่ 1907 กับฟุตบอลที่งดงามทั้งในสนามและหัวใจของผู้คน

22.10.2026
เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีมโคโม่ 1907 ขณะพูดคุยและสั่งการนักเตะในสนาม 6

ค่ำคืนที่ผ่านมา ณ สนามจูเซปเป ซินิกายา ริมทะเลสาบโคโม่ กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลของสโมสรจะจดจำไปอีกนาน

 

 
 

เมื่อโคโม่ 1907 ทีมที่เมื่อ 7 ปีก่อนยังโลดแล่นอยู่ในลีกระดับ 4 ของอิตาลี (เซเรีย ดี) สร้างผลงานสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดบ้านถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

 

สำหรับทีมที่เพิ่งลงเล่นแชมเปียนส์ลีกเป็นฤดูกาลแรก ชัยชนะครั้งนี้ย่อมมีความหมายอย่างมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขัน คือเบื้องหลังการเติบโตของโคโม่ สโมสรที่เมื่อ 7 ปีก่อนยังเล่นอยู่ในลีกระดับ 4 ของอิตาลี

 

จากวันที่ต้องเริ่มต้นใหม่หลังเผชิญปัญหาทางการเงิน จนถึงวันที่ได้ต้อนรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในบ้านของตัวเอง โคโม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งโครงสร้างบริหาร การสร้างทีม และรูปแบบฟุตบอล

 

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น มีสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายบริหารพยายามรักษาเอาไว้เสมอ นั่นคือความผูกพันระหว่างสโมสรกับเมืองและผู้คน ซึ่งสะท้อนผ่านคำขวัญ ‘Semm Cumasch’ ในภาษาท้องถิ่นที่มีความหมายว่า ‘พวกเราคือชาวโคโม่’

 

คำสั้นๆ ที่บอกเล่าตัวตนของสโมสรแห่งนี้ และอาจเป็นหนึ่งในคำตอบว่า เหตุใดโคโม่จึงเดินทางมาได้ไกลถึงเพียงนี้

 

จากลีกระดับ 4 สู่ความฝันที่เป็นจริงใน 7 ปี

 

ย้อนกลับไปในปี 2019 โคโม่กำลังแข่งขันอยู่ในเซเรีย ดี หรือลีกระดับ 4 ของอิตาลี หลังสโมสรผ่านปัญหาทางการเงินและการเริ่มต้นใหม่มาหลายครั้ง

 

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มทุนจากอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฮาร์โตโน เข้ามาซื้อกิจการสโมสร พร้อมวางแผนพัฒนาโคโม่ในระยะยาว

 

นับจากวันนั้น โคโม่ใช้เวลาเพียง 7 ปี ไต่เต้าจากลีกระดับ 4 สู่เวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยความรวดเร็ว ราวกับกำลังเล่น Career Mode ใน FC27

 

2019: เลื่อนชั้นสู่ เซเรีย ซี

 

2021: เลื่อนชั้นสู่ เซเรีย บี

 

2024: หวนคืน เซเรีย อา ในรอบ 21 ปี

 

2025/26: จบอันดับ 4 เซเรีย อา ซิวตั๋ว แชมเปียนส์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

เส้นทางดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 7 ปี นับจากวันที่เจ้าของทีมชุดใหม่เข้ามารับช่วงต่อสโมสรในลีกระดับล่าง

 

แน่นอนว่าเงินลงทุนมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จ แต่การใช้เงินเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่าเหตุใดโคโม่จึงเติบโตได้รวดเร็ว และยังรักษาผลงานเอาไว้ได้เมื่อก้าวขึ้นมาเผชิญคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

 

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่แนวทางบริหารสโมสร ซึ่งกำหนดทิศทางเอาไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นยังไงล่ะ

 

เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีมโคโม่ 1907 ขณะพูดคุยและสั่งการนักเตะในสนาม 1

 

‘Semm Cumasch’ สโมสรที่ไม่เคยลืมรากเหง้า

 

มีร์วาน ซูวาร์โซ ประธานสโมสรโคโม่ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

แนวคิดของเขาเริ่มจากการมองว่า สโมสรฟุตบอลสามารถเติบโตได้ผ่านองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งผลการแข่งขัน ธุรกิจ และความสัมพันธ์กับผู้คนในเมือง

 

โคโม่จึงไม่ได้ลงทุนเฉพาะนักฟุตบอลหรือทีมงาน แต่ยังพัฒนากิจกรรมด้านการท่องเที่ยว แฟชั่น และธุรกิจที่เชื่อมโยงกับชื่อเสียงของทะเลสาบโคโม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของอิตาลี

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของการนำสโมสรเข้าสู่โลกธุรกิจระดับนานาชาติ คือการรักษาความสัมพันธ์กับแฟนบอลท้องถิ่นที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ช่วงตกต่ำ

 

ซูวาร์โซเคยอธิบายว่า เมื่อกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาบริหารสโมสรอิตาลี สิ่งแรกที่ต้องทำคือเรียนรู้ว่าผู้คนในเมืองเป็นใคร มีวัฒนธรรมอย่างไร และต้องการอะไรจากสโมสรฟุตบอลของพวกเขา

 

แนวคิดนี้นำไปสู่การใช้คำขวัญ ‘Semm Cumasch’ ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นที่มีความหมายว่า ‘พวกเราคือชาวโคโม่’

 

คำขวัญดังกล่าวสะท้อนทิศทางที่สโมสรพยายามเดินมาตลอด นั่นคือแม้เจ้าของทีมจะเป็นชาวต่างชาติ และผู้เล่นจำนวนมากเดินทางมาจากหลายประเทศ แต่สโมสรแห่งนี้ยังต้องรักษาตัวตนของเมืองโคโม่เอาไว้

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการดูแลแฟนบอลที่ถือตั๋วปีมาตั้งแต่สมัยทีมอยู่เซเรีย ซี โดยฝ่ายบริหารพยายามรักษาราคาตั๋วสำหรับแฟนบอลกลุ่มนี้ แม้สโมสรจะก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดแล้วก็ตาม

 

อีกหนึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นก่อนเกมแชมเปียนส์ลีกนัดประวัติศาสตร์ เมื่อฝ่ายบริหารโคโม่ตัดสินใจสละที่นั่งวีไอพีของตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลรุ่นเก่าที่ติดตามทีมมาตั้งแต่ยุคตกต่ำ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรปด้วยตัวเอง

 

สำหรับโคโม่ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเล่นแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรก นี่คือการแสดงให้เห็นว่า แม้สโมสรจะเติบโตไปไกลเพียงใด พวกเขาก็ยังไม่ลืมผู้คนที่อยู่เคียงข้างทีมมาตั้งแต่วันที่ความสำเร็จยังเป็นเรื่องไกลตัว

 

ขณะเดียวกัน สโมสรยังดำเนินกิจกรรมสนับสนุนชุมชน ทั้งฟุตบอลเยาวชน กีฬาเพื่อคนพิการ และโครงการด้านสุขภาพ

 

นี่คือความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการรักษารากฐานของสโมสร เพราะสำหรับคนเมืองโคโม่ ทีมฟุตบอลแห่งนี้มีความหมายมากกว่าผลการแข่งขันในแต่ละสัปดาห์

 

เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีมโคโม่ 1907 ขณะพูดคุยและสั่งการนักเตะในสนาม 2

 

‘ฟาเบรกาส & Positional Play’ ฟุตบอลที่มีแนวคิดชัดเจน

 

หากเจ้าของทีมเป็นผู้กำหนดทิศทางของสโมสร เชส ฟาเบรกาส ก็คือคนที่ทำให้แนวคิดเหล่านั้นปรากฏเป็นรูปธรรมในสนาม

 

อดีตกองกลางทีมชาติสเปน เข้ามามีบทบาทกับโคโม่ตั้งแต่ช่วงที่ทีมยังเล่นอยู่ในเซเรีย บี ก่อนก้าวขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ และกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่น่าจับตามองของฟุตบอลอิตาลี

 

ฟุตบอลของฟาเบรกาสได้รับอิทธิพลจากแนวคิด ‘Positional Play’ ซึ่งให้ความสำคัญกับการยืนตำแหน่ง การครองบอล และการสร้างพื้นที่เพื่อโจมตีคู่แข่ง

 

หัวใจของระบบนี้อยู่ที่การทำให้ผู้เล่นเข้าใจว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหนในแต่ละจังหวะ เมื่อมีบอลต้องสร้างทางเลือกในการจ่ายอย่างไร และเมื่อเสียบอลต้องตอบสนองอย่างไรเพื่อแย่งกลับคืนมา

 

โคโม่จึงเป็นทีมที่พยายามเริ่มเกมจากแดนหลัง ใช้การต่อบอลดึงคู่แข่งออกจากตำแหน่ง ก่อนเคลื่อนบอลเข้าสู่พื้นที่ว่างด้วยการประสานงานของผู้เล่นหลายคน

 

แต่ฟุตบอลของฟาเบรกาสไม่ได้มีเพียงความสวยงามจากการต่อบอล เพราะทีมยังให้ความสำคัญกับการเพรสซิง การแย่งบอลกลับ และวินัยในการรักษาตำแหน่ง

 

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้โคโม่มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งระดับใดก็ตาม

 

ในฤดูกาล 2025/26 โคโม่มีค่าเฉลี่ยการครองบอลสูงที่สุดในเซเรีย อา และเสียประตูน้อยที่สุดในลีก สะท้อนให้เห็นว่าทีมสามารถรักษาสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับได้ดี

 

ส่วนเกมที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อโคโม่ใช้ทั้งความแม่นยำในการครองบอล การเคลื่อนที่ และการเพรสซิง กดดันคู่แข่งจนสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง

 

เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีมโคโม่ 1907 ขณะพูดคุยและสั่งการนักเตะในสนาม 3

 

เลือกนักเตะจากความกระหาย ไม่ใช่เพียงชื่อเสียง

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลของฟาเบรกาสทำงานได้จริง คือแนวทางการเลือกนักเตะให้เหมาะกับระบบ

 

โคโม่ไม่ได้มองเพียงชื่อเสียงหรือประสบการณ์ของผู้เล่น แต่ให้ความสำคัญกับนักเตะที่ยังต้องการพัฒนาตัวเอง มีความสามารถทางเทคนิค และพร้อมเรียนรู้วิธีเล่นที่ผู้จัดการทีมต้องการ

 

ฟาเบรกาสเคยอธิบายว่า เขาชอบนักเตะที่ยังมีความฝันและต้องการก้าวไปเล่นให้สโมสรใหญ่ในอนาคต เพราะความทะเยอทะยานเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้ผู้เล่นพยายามยกระดับตัวเองอยู่เสมอ

 

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการสร้างทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อยอย่าง นิโก ปาซ, อัสซาน ดิเอา, มาร์ติน บาตูรินา และเฆซุส โรดริเกซ ซึ่งได้รับโอกาสพัฒนาฝีเท้าภายใต้ระบบที่ชัดเจน

 

ขณะเดียวกัน ฝ่ายสรรหานักเตะของโคโม่ยังใช้ข้อมูลสถิติและการวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินบุคลิก ทัศนคติ และความเหมาะสมกับแท็กติก ก่อนตัดสินใจเสริมทัพ

 

การเลือกนักเตะจึงเป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร ทีมสรรหา และฟาเบรกาส

 

สิ่งที่โคโม่กำลังสร้างคือทีมที่ผู้เล่นแต่ละคนรู้หน้าที่ของตัวเอง และสามารถพัฒนาฝีเท้าไปพร้อมกับการเติบโตของสโมสร

 

เชส ฟาเบรกาส ผู้จัดการทีมโคโม่ 1907 ขณะพูดคุยและสั่งการนักเตะในสนาม 4

 

ฟุตบอลที่งดงามทั้งในและนอกสนาม

 

ก่อนเกมพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟาเบรกาสยอมรับว่า การได้ต้อนรับสโมสรระดับนี้ที่สนามจูเซปเป ซินิกายา เป็นสิ่งที่แทบจินตนาการไม่ออกเมื่อไม่กี่ปีก่อน

 

เพราะในวันที่โคโม่ยังเล่นอยู่ในเซเรีย บี การเผชิญหน้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรายการแชมเปียนส์ลีกดูเป็นเรื่องไกลตัวอย่างมาก

 

แต่วันนี้โคโม่ทำให้มันเกิดขึ้นจริง แถมยังเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม

 

อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกกว่าผลการแข่งขัน 4-1 จะพบว่าความสำเร็จของโคโม่มีรากฐานมาจากการทำงานที่ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน ตั้งแต่เจ้าของทีมที่วางแผนพัฒนาสโมสรในระยะยาว ฝ่ายบริหารที่ให้ความสำคัญกับความผูกพันระหว่างทีมกับชุมชนท้องถิ่น ไปจนถึง เชส ฟาเบรกาส ที่สร้างทีมด้วยปรัชญาฟุตบอลอันชัดเจน และถ่ายทอดแนวคิดเหล่านั้นลงสู่ผู้เล่นในสนาม

 

แน่นอนว่าโคโม่ยังต้องพิสูจน์อีกมาก ทั้งการรักษาผลงานในระยะยาวและการสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน เพราะสโมสรยังมีต้นทุนทางการเงินสูง และไม่อาจพึ่งพาเงินลงทุนจากเจ้าของทีมไปได้ตลอด

 

แต่สิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จแล้ว คือการเปลี่ยนสโมสรที่เคยอยู่ในลีกระดับ 4 ให้กลายเป็นทีมที่มีตัวตนชัดเจนทั้งในสนามและนอกสนาม

 

ฟุตบอลของฟาเบรกาสสร้างความประทับใจผ่านการต่อบอล การเคลื่อนที่ และความเข้าใจเกม ขณะที่การบริหารสโมสรพยายามรักษาความผูกพันระหว่างทีมกับผู้คนในเมือง

 

สำหรับแฟนบอลโคโม่ที่เคยติดตามทีมในวันที่ต้องเริ่มต้นใหม่จากลีกล่าง ค่ำคืนที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงเป็นรางวัลจากการเดินทางอันยาวนาน

 

และบางที ความงดงามที่สุดของโคโม่อาจอยู่ตรงนี้เอง

 

วันที่สโมสรเติบโตจนมีชื่อเสียงไปทั่วทวีปยุโรป แต่ยังพยายามทำให้คนเมืองโคโม่รู้สึกว่า ทีมฟุตบอลแห่งนี้ยังเป็นของพวกเขาเหมือนเดิม

 

อ้างอิง:


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising