×

‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อ พ.ย. 2563 ลดลง 0.41% คาดเดือน ธ.ค. หดตัวน้อยลง

04.12.2020
  • LOADING...

กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพฤศจิกายน 2563 ลดลงร้อยละ 0.41 (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันลดลง 0.04 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2563 เมื่อดูค่าเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน) ปี 2563 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 0.90 (AoA)

 

ทั้งนี้เดือนพฤศจิกายน 2563 ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตามราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ จากความต้องการทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงราคาฐานปีที่ผ่านมาต่ำ ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานยังคงหดตัว 

 

ขณะที่สินค้าในกลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ราคาลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตข้าวในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ สำหรับสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางที่ปกติ สอดคล้องกับความต้องการ การส่งเสริมการขาย และปริมาณผลผลิตเป็นสำคัญ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (เงินเฟ้อทั่วไปที่หักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว) สูงขึ้นร้อยละ 0.18 (YoY)

 

ดัชนีราคาผู้ผลิต พฤศจิกายน 2563 ลดลงร้อยละ 0.9 (YoY) เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ดัชนีราคาผู้ผลิตเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2563 ลดลงร้อยละ 0.5 (MoM) และเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน) ปี 2563 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 1.9 (AoA)

 

ทั้งนี้เดือนพฤศจิกายน ดัชนีราคาผู้ผลิต โดยเฉพาะราคาในหมวดผลผลิตเกษตรกรรมยังคงขยายตัวได้ดี และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหดตัวลดลงตามเครื่องชี้วัดด้านอุปทานที่ปรับตัวดีขึ้น เช่น ดัชนีราคาสินค้าเกษตร ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต โดยหมวดผลผลิตเกษตรกรรมสูงขึ้นร้อยละ 6.7 ได้แก่ กลุ่มผลผลิตการเกษตร (ผลปาล์มสด ยางพารา) ตามความต้องการใช้ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นจากมาตรการของภาครัฐ และการขยายตัวของการผลิตถุงมือยางและยางยืด มะพร้าวผล อ้อย พืชผัก (มะนาว มะเขือ พริกสด) และผลไม้ (องุ่น กล้วยน้ำว้า สับปะรดโรงงาน) เนื่องจากผลผลิตลดลงจากภัยแล้งในช่วงครึ่งปีแรก 

 

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ปรับลดลงตามราคาในตลาดโลกเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 1.1 จากการลดลงของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (น้ำมันดีเซล น้ำมันแก๊สโซฮอล์) กลุ่มเยื่อกระดาษ ผลิตภัณฑ์กระดาษ (กระดาษพิมพ์เขียน เยื่อกระดาษ) กลุ่มไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ (ไม้ยางพารา) กลุ่มสิ่งทอ (สิ่งทอจากใยสังเคราะห์) กลุ่มเครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์และอิเล็กทรอนิกส์ ปรับลดลงตามราคาวัตถุดิบ และหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลงร้อยละ 23.1 ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบและก๊าซธรรมชาติ

   

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน 2563 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.4 (YoY) สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยเฉพาะหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 2.2 จากร้อยละ 1.4 ในเดือนก่อนหน้า ตามต้นทุนวัตถุดิบและความต้องการที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น 

 

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2563 สูงขึ้นร้อยละ 0.2 (MoM) และเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน) ปี 2563 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 2.0 (AoA)

 

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือนพฤศจิกายน 2563 ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 46.3 จากระดับ 44.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 36.4 มาอยู่ที่ระดับ 38.5 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตที่ปรับตัวดีขึ้น จากระดับ 50.1 มาอยู่ที่ระดับ 51.5 และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 (สูงกว่าระดับ 50) สาเหตุสำคัญคาดว่าน่าจะมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ของภาครัฐที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง และความกังวลต่อการระบาดของโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายลงตามลำดับ 

 

ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนธันวาคม 2563 คาดว่าจะยังคงหดตัวแต่ในอัตราที่น้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้น ราคาสินค้าเกษตรและอาหารสดที่มีแนวโน้มสูงต่อเนื่องตามความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐหลายแบบที่ออกมาแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2563 จะอยู่ที่ร้อยละ -0.87 ± ไม่เกิน 0.02 ซึ่งเป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์เคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ -1.5 ถึง -0.7 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories