×

เครือข่ายประชาชนยื่น กมธ.ศาลฯ สอบ กกต.-อนุฯ 36 ส่อผลประโยชน์ทับซ้อนกลุ่มสีน้ำเงิน ชี้ตีความแคบอุ้มคดีโกงเลือก สว.

โดย THE STANDARD TEAM
10.09.2026
  • LOADING...
ภาพเครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภา เพื่อสอบ กกต. และอนุฯ 36 ปมเลือก สว.

วันนี้ (10 กันยายน) ที่รัฐสภา เครือข่ายนิสิตนักศึกษาและภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยมี ภัณฑิล น่วมเจิม, ปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี และ เอกศักดิ์ หอมชื่น สส.พรรคประชาชน และกรรมาธิการฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง เพื่อขอให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และทบทวนระบบการได้มาซึ่งวุฒิสภา (สว.) เนื่องจากกติกาปัจจุบันมีผู้มีสิทธิลงคะแนนเพียง 48,117 คน จากผู้มีสิทธิทั่วประเทศกว่า 52 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.09 อีกทั้งปัจจุบันยังมีผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเลือก สว. ปี 2567 ถึง 229 คน ซึ่งรวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน หรือกว่า 2 ใน 3

 

เอกศักดิ์กล่าวว่า ที่มาของ กกต. ก่อให้เกิดข้อกังขาเรื่องความชอบธรรมและความเป็นกลาง โดยพบว่า กกต. 4 ใน 7 คน ได้แก่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์, อนันต์ สุวรรณรัตน์, ณรงค์ รักร้อย และ จิรุตม์ วิศาลจิตร มาจากการเห็นชอบของ สว. เสียงข้างมาก หรือกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ทำให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ กกต. มีหน้าที่พิจารณาคดีโกงเลือก สว. แต่ผู้ลงมติเห็นชอบ กกต. กลับเป็นกลุ่มคนที่อยู่ระหว่างถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามาจากกระบวนการโกง

 

เอกศักดิ์กล่าวต่อไปว่า กกต. 3 ใน 7 คน ยังเคยรับราชการในกระทรวงที่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ทั้ง อนันต์ที่เป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ ยุคเดียวกับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มนันญา ไทยเศรษฐ์, ณรงค์ รักร้อย ที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ อุทัยธานี และ จิรุตม์ อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกในยุค ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งขณะดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด รฟท. พบว่า รฟท. มีการทำสัญญากับบริษัทที่เชื่อมโยงและบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย สะท้อนให้เห็นปัญหาตั้งแต่กระบวนการเห็นชอบจนถึงตัวบุคคลที่ได้รับเลือก

 

เอกศักดิ์กล่าวอีกว่า แม้แต่คณะกรรมการสรรหา กกต. ก็มีรายชื่อที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน เช่น ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก สว. ชุดปัจจุบัน, สุรชัย ขันอาสา อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ ชาติชาย อุทัยพันธ์ อดีตผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายอำเภอกับ ศักดิ์สยาม รวมถึงมีกระแสข่าวว่าจะมาเป็นคณะทำงานให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการสรรหาขาดความชอบธรรมและมีผลประโยชน์ทับซ้อน กกต. จึงไม่ควรใช้ดุลยพินิจยุติคดีโกงเลือก สว.

 

ด้าน ปัญจมพงศ์กล่าวถึงปัญหาของคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36 ว่า ที่มาขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อ 74 ที่กำหนดให้ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง เนื่องจากมีอนุกรรมการบางคนมีความสนิทสนมและเคยได้รับแต่งตั้งในยุครัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ การตั้งคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงคำสั่ง กกต. ที่ 2633/2568 ว่าคดีมีความซับซ้อน ยังเป็นการเจตนาหลีกเลี่ยงระบบเวียนสำนวนเดิม 35 คณะ ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันการแทรกแซงและการวิ่งเต้นคดี

 

ปัญจมพงศ์กล่าวต่อไปว่า การทำงานของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 มีความย้อนแย้ง เพราะใช้เวลาถึง 95% เพียงแค่ฟังเลขานุการสรุปสำนวนของคณะชุดที่ 26 โดยไม่มีการเรียกพยานมาสอบ และพิจารณาสำนวนนักการเมือง 22 คน เพียง 2 นัด เฉลี่ยคนละ 12 นาที ทั้งที่ข้อมูลจากนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ชี้ว่ามีหลักฐานการโทรศัพท์หาผู้สมัคร สว. ในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุมสูงถึง 58 ครั้ง, 62 ครั้ง และ 101 ครั้ง ซึ่งผู้ถูกโทรหาได้รับเลือกเป็น สว. ทั้งหมด จึงเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการโกงเกิดขึ้นจริง

 

ปัญจมพงศ์กล่าวด้วยว่า คณะอนุฯ ชุดที่ 36 ยังตีกรอบการพิจารณาแคบเพียง 4 ข้อ คือ ต้องเป็นผู้สมัคร สว., มีการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง, ผู้สมัครยินยอม และมีเจตนาเพื่อให้ได้รับเลือก ซึ่งเป็นการตีความขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 46 ส่งผลให้ สว. ที่มีผู้อื่นโหวตให้โดยเจ้าตัวอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง หรือกลุ่มที่ได้ 0 คะแนน ถูกมองว่าไม่มีความผิด จนไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังได้

 

ขณะที่ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ระบุขอเรียกร้องต่อ กกต. ว่า ในวันที่ 14 กันยายน 69 กกต. จะต้องมีมติดำเนินการสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงการเลือก สว. ตามความเห็นของคณะไต่สวนและสอบสวนชุดที่ 26 เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง สว. และ กกต. และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising