กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้าจับกุมข้าราชการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ซึ่งมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่า มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการพิเศษ 1 ราย และระดับชำนาญการ 1 ราย สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษจริง อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์การกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัว โดยมิได้มีการใช้อำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปดำเนินการแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย พร้อมทั้งสืบสวนทางอาญาไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีมูลความผิดทางอาญาจริง ประกอบกับเป็นกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และพนักงานสอบสวน บช.ก. ได้รับเรื่องไว้ดำเนินการแล้ว อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ส่งมอบเรื่องทั้งหมดไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อรวมสำนวนการดำเนินการ
ล่าสุด เมื่อศาลได้อนุมัติออกหมายจับและมีการเข้าจับกุมในวันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้มีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 2 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งให้คณะกรรมการดำเนินการทางวินัยเข้าตรวจสอบห้องทำงานของผู้ต้องหา ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอย่างเต็มที่ โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ควบคู่ไปกับกระบวนการดำเนินคดีทางอาญา
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษขอย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า หากพบข้าราชการในสังกัดกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและทางอาญา เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและดำรงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ขององค์กรที่ว่า “เกียรติศักดิ์ เชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์” รวมถึงเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคลากรรายอื่นในการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตต่อไป


