จีนและเกาหลีเหนือเปิดใช้งานสะพานข้ามแม่น้ำยาลู่แห่งใหม่อย่างเป็นทางการ หลังโครงการล่าช้ามานานถึง 12 ปี หวังกระตุ้นการค้าชายแดนและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางการจับตาว่า จีนกำลังพยายามฟื้นอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือ หลังรัฐบาลเปียงยางหันไปใกล้ชิดรัสเซียมากขึ้นในช่วงสงครามยูเครน
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวานนี้ (15 ตุลาคม) จีนและเกาหลีเหนือจัดพิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำยาลู่แห่งใหม่ (New Yalu River Bridge) ความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเมืองตานตงของจีนกับเมืองซินอึยจูของเกาหลีเหนือ โดยมีขบวนรถบรรทุกประดับธงชาติทั้งสองประเทศขับข้ามสะพาน ท่ามกลางประชาชนที่มารวมตัวชมพิธีเปิดบริเวณฝั่งจีน
สะพานแห่งนี้มีถนน 4 ช่องจราจร รองรับการเดินรถทั้งสองทิศทาง โดยคาดว่า จะกลายเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญระหว่างสองประเทศ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือที่สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1940 ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการขนส่ง เนื่องจากรถยนต์สามารถสัญจรได้เพียงทิศทางเดียวในแต่ละครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างหลักของสะพานแห่งใหม่จะก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2014 แต่กลับไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากเกาหลีเหนือยังไม่ได้ก่อสร้างถนนเชื่อมต่อและอาคารศุลกากรให้แล้วเสร็จ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนจากประเด็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หลังปักกิ่งเคยร่วมสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือในปี 2017
หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวผ่านวิดีโอในพิธีเปิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ โดยสะพานแห่งนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมิตรภาพระหว่างสองประเทศ พร้อมคาดหวังว่าจะช่วยส่งเสริมการค้า การเดินทาง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ จีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ โดยในปี 2025 มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าจากจีนไปยังเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า โดยแตะระดับ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 6 ปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การเปิดสะพานครั้งนี้อาจยังไม่ทำให้การค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรยังมีผลบังคับใช้ อีกทั้งรัฐบาลเปียงยางยังระมัดระวังการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนมากเกินไป โดยเกรงว่า การนำเข้าสินค้าจีนจำนวนมากจะทำให้ปักกิ่งมีอิทธิพลเหนือตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น
จับตาจีนฟื้นอิทธิพล หลังเกาหลีเหนือใกล้ชิดรัสเซีย
การเปิดสะพานครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงประมาณหนึ่งเดือน หลังรัสเซียและเกาหลีเหนือเปิดสะพานถนนเชื่อมพรมแดนระหว่างกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างรัฐบาลมอสโกกับเปียงยาง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งทหารหลายพันนายและอาวุธยุทโธปกรณ์ไปสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน ซึ่งเชื่อว่า เป็นการแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจจากรัสเซีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า จีนกำลังพยายามฟื้นบทบาทของตนต่อเกาหลีเหนือ โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนและเกาหลีเหนือกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงและรถไฟโดยสารระหว่างกันอีกครั้ง หลังหยุดชะงักในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนกรุงเปียงยางเพื่อพบกับคิมจองอึน ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะเปิดใช้งานสะพานแห่งใหม่ในเดือนตุลาคม
ลีฟ-เอริก อีสลีย์ (Leif-Eric Easley) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาในกรุงโซลให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า การเปิดสะพานข้ามแม่น้ำยาลู่แห่งใหม่สะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือกำลังปรับตัวดีขึ้น และการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของสีจิ้นผิงเมื่อเดือนมิถุนายนได้ก่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าความล่าช้าของโครงการสะพานแห่งนี้ รวมถึงการปิดประเทศในช่วงโควิด-19 และมาตรการควบคุมเศรษฐกิจและสังคมภายในเกาหลีเหนือ สะท้อนถึงความท้าทายที่จีนต้องเผชิญในการรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาลเปียงยาง
ภาพ: Florence Lo / Reuters
อ้างอิง:


