วันนี้ (3 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีที่ คริส โปตระนันทน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ จะตั้งโต๊ะแถลงเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ไม่เป็นธรรม ว่า ดี เอาเลย ซึ่งสมาชิกบางคนเคยเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มาก่อน และสมาชิกบางคนก็ยังชวนเราไปทำทีมด้วยกัน แต่หากมีอะไรก็บอกมาเลย ส่วนตัวก็จะฟังข้อมูลจากคริสแถลงด้วย
สำหรับกรณีที่มีการเปิดเผย ว่า มีการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขตนั้น ชัชชาติ ระบุว่า แจ้งได้เลย แต่ถ้าใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง หากมีหลักฐานตนเองคงไม่รอดมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเรื่องความโปร่งใส ทุจริต มีคนพร้อมที่จะเล่นงานอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า เรื่องซื้อขายตำแหน่งเราไม่ทำอยู่แล้ว เพราะเป็นจุดแห่งความหายนะ ถ้าท่านมีประสบการณ์ เคยทำมา หรือ รู้มาจากไหน เอาข้อมูลมาเลย และไปแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่ามาพูดอย่างเดียว และต้องรับผิดชอบ เพราะช่วงนี้มีการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับผู้สมัคร มีผลทางอาญา ต้องรับผิดชอบตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ตนเองให้ทีมกฎหมายคอยดูอยู่แล้ว และส่วนตัวได้เจอกับคริสบ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่เราไม่ได้กลัว มีอะไรขอแค่บอก ทั้งส่วนที่มีคนไปรับเงิน หรือ แอบอ้างชื่อตนเอง ขอให้บอกชื่อมา จะไปจัดการให้ถูกต้อง
ส่วนจะตั้งรับการดิสเครดิตทางการเมือง ชัชชาติ กล่าวว่า ต้องพูดความจริงกัน หากมีข้อมูลและเป็นจริง ก็ต้องเอาผิด แต่เชื่อว่าเราทำงาน หากไปรับเงิน เพื่อแต่งตั้ง สุดท้ายแล้วไม่มีทางดีไปกว่าทีมงาน เพราะการตั้งทีมงานที่ทุจริต เราจะมีผลงานได้อย่างไร หากนำคนที่ทุจริตเข้ามาก็จะไปทุจริตต่อ ผลงานก็จะไม่ได้รับการปฏิบัติ จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปทำในตรงนี้ เพราะอนาคตยังอีกยาวไกล หากคริสมั่นใจ ก็ขอให้แถลง และแจ้งความดำเนินคดีได้เลย พร้อมยืนยันว่า ไม่มีระบบอากง ซึ่งเป็นคำที่แต่งตั้งขึ้นมา แนวทางปฏิบัติของเราในการแต่งตั้งทีมงาน ที่ตนเองต้องรับผิดชอบ และตนเองพร้อมรับการตรวจสอบ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายตามนโยบาย จะต้องเป็นคนที่เก่ง มีความสามารถ สะท้อนออกมาเป็นผลงาน นั่นคือสิ่งที่สำคัญ
ชัชชาติยังย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองยังไม่เห็นปัญหา หากเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ก็ไม่เป็นไร แต่เราจะยืนของเราให้มั่นคง เราเป็นมา 4 ปี และคุยกับทีมงาน ว่า ช่วงสุดท้ายจะมีแบบนี้ออกมาจำนานมาก ถ้ามีเหตุก็ควรพูดก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่กังวล ถ้ามีอะไรก็ชี้แจงมา จะได้ไปดำเนินกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ชัชชาติยังระบุว่า ปัญหากรุงเทพไม่มีที่สิ้นสุด เพราะปัญหามีทุกหย่อมหญ้า นั่นคือเหตุผลที่ต้องลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และนำไปแก้ไข คนที่บอกว่าจะแก้ปัญหาให้หมด 100% นั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เราต้องลงพื้นที่ ทำงาน ทำงาน ทำงานต่อไป ขณะเดียวกันก็มีบางคนชมว่าชีวิตดีขึ้น ขณะที่บางคนบอกว่าทีมงานเราประชาสัมพันธ์ไม่เก่ง ซึ่งมองว่า ไม่เป็นไรเพราะชีวิตประชาชนไม่ได้ดีขึ้นเพราะการประสัมพันธ์ แต่ดีขึ้นเพราะน้ำท่วมแล้วลดลงเร็ว มีไฟฟ้า มีการศึกษาที่ดี มีถนนหนทางที่ดีขึ้น จะเป็นสิ่งที่สะท้อนในผลเลือกตั้งเอง แต่ก็ยินดีน้อมรับทุกคำติชม
ชัชชาติยังยืนยันด้วยว่า ไม่เคยแต่งตั้ง สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพราะมีการแต่งตั้งมาก่อนแล้ว และตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่า เคยแต่งตั้ง ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) เพราะเชื่อว่าเป็นนักกฎหมายที่มีคุณภาพ ดูแลประชาชน


