×

‘ชัชชาติ’ คาด 2 วันถนนหลัก กทม. แห้งเกือบหมด ห่วงลาดกระบัง–สายไหม น้ำยังท่วมชุมชน

โดย THE STANDARD TEAM
29.09.2026
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ

วันนี้ (29 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ภาพรวมเริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตกและหลายพื้นที่มีระดับน้ำลดลง โดยจากพยากรณ์ในวันนี้ยังไม่พบว่าจะมีฝนตกลงมาเพิ่ม พื้นที่หมู่บ้านชินเขตเริ่มแห้งแล้ว บริเวณคลองเปรมประชากรส่วนใหญ่แทบไม่มีปัญหา ส่วนลาดพร้าวสถานการณ์ดีขึ้น แม้ยังมีน้ำขังบางจุด เช่น รามอินทราซอย 5 และบริเวณราบ 11

 

ชัชชาติกล่าวว่า ระดับน้ำในคลองแสนแสบเริ่มลดลง โดยเฉพาะช่วงต้นคลองไปจนถึงบริเวณใกล้วัดเทพลีลา ทำให้ กทม. สามารถเร่งระบายน้ำจากพื้นที่โดยรอบได้มากขึ้น และคาดว่าพื้นที่คลองจั่นจะทยอยดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังน่าเป็นห่วงคือกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง เนื่องจากคลองประเวศบุรีรมย์มีระยะทางยาวและคดเคี้ยว ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา ส่วนสายไหมต้องติดตามน้ำจากพื้นที่รอยต่อจังหวัดปทุมธานีอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับถนนสายหลัก ชัชชาติประเมินว่า หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ภายใน 2 วันน่าจะเห็นถนนประมาณ 90% แห้งลงและกลับมาสัญจรได้ตามปกติ แต่ถนนสายรอง ซอย และหมู่บ้านจะใช้เวลามากกว่า เพราะบางแห่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยถนนที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ รามคำแหง เสรีไทย นวมินทร์ และหลวงแพ่ง

 

ส่วนกรอบเวลา 7 วันที่เคยระบุไว้ ชัชชาติย้ำว่าเป็นเป้าหมายในการเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ที่ท่วมหนัก ไม่ใช่การยืนยันว่าน้ำจะลดลงทุกจุดภายใน 7 วัน เนื่องจากยังต้องดูปริมาณฝนและระดับน้ำในคลองประกอบกัน ขณะนี้บางพื้นที่ท่วมเข้าสู่วันที่ 3-4 แล้ว กทม. จะเร่งจัดการน้ำบนถนนก่อน จากนั้นจึงระดมเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยชุมชนและหมู่บ้านที่ยังมีน้ำขัง

 

ชัชชาติระบุอีกว่า แม้ระดับน้ำหลายพื้นที่ลดลง แต่คลองหลักบางแห่งยังมีระดับน้ำสูง โดยมีจุดที่ต้องติดตามมากกว่า 40 จุด โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์และคลองแสนแสบตอนบน ช่วงแรกของการสูบน้ำ ระดับน้ำในคลองอาจลดลงช้า เพราะมีน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงไหลมาเติมต่อเนื่อง แต่เมื่อระดับน้ำในคลองลดลงมากพอ จะช่วยให้การสูบน้ำออกจากชุมชนทำได้รวดเร็วขึ้น

 

ขณะเดียวกัน กทม. ใช้เรือช่วยผลักดันน้ำในคลองแสนแสบไปยังระบบระบายน้ำ และเตรียมวางแผนเพิ่มเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ชุมชน โดยจะประสานทั้งหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนเพื่อขออุปกรณ์ที่เหมาะกับแต่ละจุด เนื่องจากเครื่องสูบน้ำบางส่วนทำงานหนักต่อเนื่องจนต้องมีการเปลี่ยนหรือหมุนเวียนอุปกรณ์สำรอง

 

ในส่วนของน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน ชัชชาติกล่าวว่า กทม. ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงที่น่ากังวลต่อการระบายน้ำฝนในเมือง แต่ต้องเฝ้าระวังชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือที่อาจไหลเข้ามาเติมทางกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชนในชุมชนนอกคันกั้นน้ำ

 

ด้านการช่วยเหลือประชาชน ชัชชาติกล่าวว่า กทม. ปรับระบบส่งอาหารในพื้นที่คลองจั่นและจุดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ให้มีข้อมูลจำนวนผู้ต้องการความช่วยเหลือในแต่ละชุมชนชัดเจนขึ้น หากสำนักงานเขตจัดเตรียมอาหารได้ไม่เพียงพอ จะให้โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษาช่วยผลิตและส่งอาหารเข้าไป โดยปรับเส้นทางขนส่งให้ถึงพื้นที่โดยตรง ลดขั้นตอนการส่งต่อหลายทอด

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีชุมชน หมู่บ้าน และอาคารบางแห่งที่อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งอาจได้รับความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง กทม. จึงติดตามข้อมูลจากสำนักงานเขตและคำร้องบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อตรวจสอบและส่งความช่วยเหลือเป็นรายจุด ขณะเดียวกันยังต้องการรถขนาดสูงและเรือขนาดเล็กเพิ่มเติม เพื่อเข้าถึงซอยแคบหรือพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

 

สำหรับพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว กทม. จะเริ่มทำความสะอาดถนนและจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่จากบ้านเรือน พร้อมเตรียมรับมือปัญหาขยะสะสม น้ำขัง และยุงในชุมชนที่ยังท่วม รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็น เช่น นมผงและผ้าอ้อม ส่งให้ประชาชนที่ออกจากบ้านได้ลำบาก

 

ชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมและไม่พอใจต่อสถานการณ์ โดยหน้าที่ของ กทม. คือเร่งแก้ปัญหาและกระจายความช่วยเหลือให้ถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกจุด พร้อมขอให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือแจ้งรายละเอียดพื้นที่และช่องทางติดต่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามต่อไป


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising