วานนี้ (10 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT นำโดย มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. และ ACT ที่ อาคารศรีจุลทรัพย์ เขตปทุมวัน เพื่อกำหนดทิศทางและยกระดับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในการบริหารงานวาระที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร
ชัชชาติ เน้นย้ำว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันคือวาระที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หากไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ ประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ยาก ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีที่ปัจจุบันภาคประชาชนมีความตื่นตัวสูง ที่ผ่านมา กทม. ได้รับคำแนะนำจาก ACT มาโดยตลอด และพยายามนำมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่สำเร็จครบ 100% แต่ถือว่าเดินมาถูกทาง
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการทุจริตเชิงระบบแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการ เพราะระบบที่ล่าช้าถือเป็นการคอร์รัปชันเวลาและทรัพยากรทางหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กทม. ที่ต้องปรับปรุงเพื่อใช้ทรัพยากรและภาษีของประชาชนให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
ด้าน มานะ ได้กล่าวชื่นชมผลการดำเนินงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของ กทม. ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรที่ปลอดคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความสำเร็จในการเปิดเผยข้อมูลผ่าน โครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST)
ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ของ กทม. สามารถทำคะแนนสูงถึง 89.45% (เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าที่ 68.62%) ส่งผลให้ กทม. กลายเป็นหน่วยงานที่มีอัตราการประหยัดงบประมาณสูงสุดในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
เพื่อเป็นการต่อยอดการทำงานในวาระที่ 2 ทาง ACT ได้ยื่นข้อเสนอ 7 แนวทาง เพื่อผลักดันให้ กทม. เป็นเมืองต้นแบบด้านการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศ โดย กทม. ยืนยันรับลูกพร้อมนำไปบูรณาการสู่การปฏิบัติจริง ดังนี้
- ปกป้องผู้แจ้งเบาะแส: กทม. ต้องไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนที่ให้ข้อมูลหรือเปิดโปงการคอร์รัปชัน (No SLAPP)
- เปิดเผยข้อมูลเชิงรุก: กำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องดำเนินการโดยอัตโนมัติ (Open Data by Default) เพื่อเป็นหน่วยงานรัฐแห่งแรกของไทยที่ริเริ่มระบบนี้
- สกัดฮั้วประมูลด้วย AI: นำเทคโนโลยี ACT AI มาใช้ประเมินความเสี่ยงการฮั้วประมูลในทุกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของทุกเขตและทุกสำนัก
- โปร่งใสงานก่อสร้าง 100%: เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างผ่านระบบ CoST ให้ครบ 100% เพื่อก้าวเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
- เอกชนต้องโปร่งใส: กำหนดเงื่อนไขให้เอกชนทุกรายที่เข้าประมูลงาน รับสัมปทาน ร่วมลงทุน หรือขอสิทธิการเช่าจาก กทม. ต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด
- แก้ปัญหาชุมชนให้สุดซอย: จัดการปัญหาความเดือดร้อนที่เรื้อรัง อาทิ ความโปร่งใสของใบอนุญาตสถานบันเทิง และกระบวนการทำ EIA จอมปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
- ยกระดับประสิทธิภาพ กทม.: นำเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาใช้บริการประชาชน ควบคุมจำนวนบุคลากรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มรายได้และสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อลดแรงจูงใจในการทุจริต
ทั้งนี้ กทม. และ ACT จะจัดให้มีการหารือและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอทั้ง 7 ข้ออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความโปร่งใสให้เกิดขึ้นจริงในทุกมิติของการบริหารงานกรุงเทพมหานคร


