วันที่ 22 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันปลอดรถโลก World Car Free Day ซึ่งทั่วโลกต่างร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การเดินเท้า หรือรถจักรยาน เพื่อเป้าหมายในการลดมลพิษทางอากาศ ประหยัดพลังงาน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด
สำหรับประเทศไทย กรุงเทพมหานครได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้โครงการ Bangkok Car Free 2026 ชูแนวคิดหลัก Let’s Shift Modes : อนาคตการเดินทางกรุงเทพฯ ที่ทุกคนเลือกได้ โดยเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การบังคับให้งดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง ด้วยการสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่เป็นทางเลือกใหม่ เอื้อต่อการเดินเท้า การใช้จักรยาน และการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้อย่างเท่าเทียม (Walkable, Bikeable, Connected, and Accessible Bangkok)
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้ร่วมเดินทางมาปฏิบัติงานโดยงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบต่างๆ ทั้งการเดินเท้า รถไฟฟ้า เรือ และจักรยาน พร้อมจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดพูดคุยกับบุคลากรเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางจริง
นอกจากนี้ การรณรงค์ดังกล่าวยังได้รับการตอบรับจากกลุ่มเครือข่าย Friends of Bangkok ซึ่งประกอบด้วยสถานเอกอัครราชทูต 4 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ สถานเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์ก สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ที่ร่วมสนับสนุนนโยบายด้วยการให้บุคลากรงดใช้รถส่วนตัวและหันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเช่นเดียวกัน
เพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์เมืองเดินได้และปั่นได้ มีการเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ คือทางเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ ซึ่งถูกออกแบบภายใต้หลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่อความปลอดภัยและครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยมีจุดเด่นสำคัญ
- พื้นผิวได้มาตรฐาน: ทางวิ่งปูด้วยวัสดุ Sport Surface ช่วยลดแรงกระแทกและกันลื่น ขณะที่ทางเดินเท้าใช้วัสดุหินแกรนิต
- รองรับคนทุกกลุ่ม: ยกเลิกบันไดสูงชันในจุดเดิม เปลี่ยนเป็นการทำทางลาดและติดตั้งลิฟต์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้วีลแชร์ รถเข็นเด็ก และรถจักรยาน
- ความปลอดภัย: ติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง LED และกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย
เส้นทางเชื่อมดังกล่าวเปิดให้บริการทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถเดินทางเข้าถึงพื้นที่ได้สะดวกผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า MRT (สถานีลุมพินี หรือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) และรถไฟฟ้า BTS (สถานีศาลาแดง ราชดำริ เพลินจิต หรืออโศก) ถือเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญในการผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองสัญจรทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรม














