×

ประมวลข้อสังเกตด้านคุณสมบัติทางวิชาการของตัวเต็งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ก่อน สว. ลงมติชี้ขาดพรุ่งนี้

โดย THE STANDARD TEAM
22.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวการทักท้วงคุณสมบัติทางวิชาการของตัวเต็งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

วาระที่น่าจับตาในการประชุมวุฒิสภาวันพรุ่งนี้ (23 มิถุนายน) คือการลงมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ซึ่งเผชิญกับข้อทักท้วงจากภาควิชาการและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถึงความเหมาะสมของคุณสมบัติด้านวิชาการของผู้ได้รับการเสนอชื่อ และเรียกร้องให้ สว. พิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความชอบธรรมขององค์กรอิสระ

 

 
 

ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งครั้งนี้คือ ศาสตราจารย์ พล.ต.ต. ดร. จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ศาสตราจารย์จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และอดีตผู้เชี่ยวชาญประจำตัว จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 200 (4)

 

• เป็นศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์กันแน่

 

เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เปิดเผยข้อมูลว่า ประเด็นความตรงสายในตัวคุณสมบัติของ พล.ต.ต. ดร.จักรพงศ์ ถูกตั้งคำถามมาตั้งแต่ในชั้นคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งผลการลงมติในขณะนั้นเสียงแตกแยกเป็นสองฝ่าย โดยมี 6 เสียงเห็นว่าตรงตามคุณสมบัติ และมี 2 เสียงเห็นว่าไม่ตรง ซึ่ง 1 ในเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยนั้นคือประธานศาลฎีกา

 

นอกจากนี้ ข้ออ้างของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ระบุว่าตนเองมีผลงานเชิงประจักษ์ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์จากการเขียนตำราเรื่อง ‘กลยุทธ์ศึกษาและคู่มือปฏิบัติงาน หลักและทฤษฎีการสอบสวน’ นั้น เมื่อทำการตรวจสอบในระบบห้องสมุดพบว่า ตำราดังกล่าวไม่ได้จัดอยู่ในหมวด FJ ซึ่งเป็นหมวดสัญลักษณ์ของตำราทางรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ แต่กลับถูกจัดอยู่ในหมวด KG ซึ่งเป็นหมวดวิชากฎหมายและตำราทางนิติศาสตร์

 

เมื่อเปิดดูเนื้อหาในส่วนสารบัญก็พบว่ามุ่งเน้นไปที่หลักทั่วไปและการรับฟังน้ำหนักพยานหลักฐาน หลักเกณฑ์การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นสอบสวน และทฤษฎีการสอบสวน ซึ่งเป็นเนื้อหาในขอบข่ายของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ได้เน้นเรื่องกระบวนการบริหารองค์กรหรือหลักธรรมาภิบาลตามกระบวนการทางรัฐประศาสนศาสตร์แต่อย่างใด

 

• ร่อนจดหมายเปิดข้อกังขาด้านวุฒิทางวิชาการ

 

ขณะที่ในจดหมายเปิดผนึกของ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ถึง สว. และสื่อมวลชน ลงวันที่ 21 มิถุนายน ได้จำแนกรายละเอียดเชิงประจักษ์ย้ำว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ต้องการให้มีนักรัฐศาสตร์หรือนักรัฐประศาสนศาสตร์อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างมุมมองการวินิจฉัยคดีที่เข้าใจมิติทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงการตีความตัวบทกฎหมายอย่างคับแคบ

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในสัดส่วนนี้ปัจจุบัน หรืออดีตตุลาการในอดีตอย่าง ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช และศาสตราจารย์ ดร.สุจิต บุญบงการ ซึ่งล้วนมีผลงานการเมืองการปกครองเป็นที่ยอมรับ

 

เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของ ศ. พล.ต.ต. ดร.จักรพงศ์ พบว่าประวัติการศึกษาสำเร็จปริญญาตรี โท และเอก ทางนิติศาสตร์ โดยมีเพียงปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์เพียง 1 ใบ ขณะที่ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้รับโปรดเกล้าฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2550 ก่อนที่พระราชบัญญัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปี 2551 จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งในขณะนั้นโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีเพียงสาขารัฐประศาสนศาสตร์ให้แต่งตั้ง ทว่าในทางปฏิบัติ เจ้าตัวดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชากฎหมายวิธีบัญญัติ และได้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2562

 

นอกจากนี้ รศ.ดร.ธนพร ชี้ว่า โครงสร้างหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการตำรวจ (ฉบับปี 2556 และ 2561) ที่นำมาอ้างอิงนั้น มีกลุ่มวิชาการบริหารเพียง 10 หน่วยกิตเพื่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น แต่อีก 120 หน่วยกิตจากวิชาเฉพาะทั้งหมด 130 หน่วยกิต เป็นวิชากฎหมาย การสืบสวน และปราบปราม ซึ่งเข้าลักษณะของมาตรฐานสาขานิติศาสตร์มากกว่า อีกทั้งวิชาที่เจ้าตัวรับหน้าที่สอนคือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายลักษณะพยาน ซึ่งจัดอยู่ในอนุสาขาวิชากฎหมายอาญา (รหัส 6709) ไม่ใช่อนุสาขาอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมในแง่การบริหาร (รหัส 6102) ของสายรัฐประศาสนศาสตร์

 

จดหมายเปิดผนึกของ รศ.ดร. ธนพรระบุว่า จากการสืบค้นพยานหลักฐานทางเอกสารผ่านระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทางด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมและหอสมุดแห่งชาติ พบข้อมูลการจดแจ้งเลข ISBN หนังสือภายใต้ชื่อของ ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรี ดร.จักรพงศ์ เพียง 3 รายการ ซึ่งตำราเหล่านี้ถูกจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ที่เน้นเฉพาะกฎหมาย และในส่วนของบรรณานุกรมไม่มีการอ้างอิงวรรณกรรมด้านรัฐประศาสนศาสตร์เลยแม้แต่รายการเดียว

 

ขณะที่ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย (TCI) พบบทความวิจัยเชิงคุณภาพของเจ้าตัวเพียง 1 ชิ้น คือเรื่อง ‘มาตรการการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญากับการสร้างหลักประกันความเป็นธรรม ศึกษาเฉพาะกรณีการสอบสวนหรือไต่สวนของเจ้าพนักงาน’ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารรัฏฐาภิรักษ์ ปีที่ 62 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2563)

 

รศ.ดร.ธนพร ได้เปรียบเทียบเชิงสถิติตามประกาศ ก.พ.อ. (2564) ว่า ปริมาณผลงานรวมเพียง 3 ชิ้นในลักษณะนี้ ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสุดสำหรับการยื่นขอตำแหน่งวิชาการระดับ ‘ผู้ช่วยศาสตราจารย์’ เท่านั้น จึงไม่อาจนำมาอ้างว่าเป็นผลงานระดับเชิงประจักษ์ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

 

• ห่วง สว. มีผลประโยชน์ทับซ้อน กระทบความชอบธรรม

 

นอกจากประเด็นคุณสมบัติส่วนตัวของผู้ได้รับการเสนอชื่อแล้ว เทวฤทธิ์ยังได้ยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ของวุฒิสภาขึ้นมานำ โดยระบุว่า สว. จำนวน 130 คน (ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภา) กำลังอยู่ระหว่างการถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวนในประเด็นกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ที่ส่อว่ามิชอบด้วยกฎหมาย โดย กกต. วางกรอบเวลาพิจารณาชัดเจนในเดือนสิงหาคมนี้

 

เทวฤทธิ์มองว่า การที่ สว. ซึ่งตกเป็นผู้ถูกตรวจสอบและยังไม่มีความแน่ชัดในความชอบธรรมทางกฎหมาย เร่งรีบลงมติเห็นชอบในวาระสำคัญนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและสร้างข้อครหาต่อความชอบธรรมในตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ รวมถึงคำวินิจฉัยต่างๆ ของศาลรัฐธรรมนูญในสายตาของสาธารณชนในระยะยาว ฝ่ายตรวจสอบจึงเรียกร้องให้วุฒิสภาใช้ความกล้าหาญทางจริยธรรมชะลอการพิจารณาวาระนี้ออกไปก่อนจนกว่ากระบวนการตรวจสอบ สว. จะเสร็จสิ้น

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising