วันนี้ (2 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน กรุงเทพฯ ทำงาน ได้ลงพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 เพื่อพบปะประชาชนและกลุ่มผู้ค้า มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยบางส่วนได้กล่าวเชียร์ให้ชัชชาติก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติและรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต
ภายหลังการลงพื้นที่ ชัชชาติได้ให้สัมภาษณ์ประเด็นทางการเมือง กรณีที่จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานครว่ามีความไม่เป็นธรรม
โดยชัชชาติยืนยันว่า ตนไม่ได้รู้สึกกังวลใจต่อเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกระบวนการที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามขั้นตอนด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมกล่าวว่า “ต้องขอบคุณท่านจิรายุ ซึ่งจริงๆ ก็คุ้นเคยกันอยู่ แต่ที่ขอบคุณเพราะเป็นการช่วยเคลียร์ให้สังคมเห็นชัดเจนว่า ผมกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด”
ชัชชาติ ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า อำนาจในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายเป็นของคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายประจำ ตนในฐานะผู้บริหารมีหน้าที่เพียงลงนามอนุมัติตามที่เสนอมาตามลำดับขั้นตอน และเมื่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้ท้วงติงว่ากระบวนการโยกย้ายอาจมีความคลาดเคลื่อน ตนก็ได้สั่งการให้ยกเลิกกระบวนการดังกล่าวและให้เริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ทันที ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะทุกประการ
พร้อมย้ำว่าไม่เคยมีแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริต การแต่งตั้งยึดหลักความรู้ความสามารถเป็นสำคัญ ซึ่งย่อมมีทั้งผู้ที่สมหวังและผิดหวัง โดยตนพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้ฝากข้อคิดเตือนสติไปยังผู้ที่ตั้งข้อสังเกตว่า หากจะกล่าวหาบุคคลใดต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและให้เกียรติข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน การใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ผู้พูดย่อมต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองสื่อสารออกไป
สำหรับประเด็นการพบปะกับผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากหลากหลายกลุ่มการเมืองในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ชัชชาติระบุว่า เป็นเพียงการพบปะตามภารกิจและการลงพื้นที่ตามปกติ ถือโอกาสให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ โดยตนไม่ได้ประกาศสนับสนุนใครอย่างเป็นทางการ แต่ขอให้ผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่ให้มาก เพื่อรับฟังปัญหาและนำมาช่วยกันหาทางแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อสอบถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนประกาศแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นักกฎหมายมหาชนและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ทีมกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เนื่องจาก ศ.ดร.สุรพล เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ประสบการณ์ และเคยมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ของ กทม. ในอดีต โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน
ซึ่งความเชี่ยวชาญดังกล่าวจะช่วยอธิบายหลักการและเหตุผลเชิงนโยบายให้ประชาชนเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนไม่รู้สึกกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมหรือการแข่งขันทางการเมือง เพราะยิ่งมีบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาช่วยคิดและพัฒนานโยบายมากเท่าใด ผลประโยชน์สูงสุดย่อมตกอยู่กับประชาชนและการพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร
ในช่วงท้าย เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องจากประชาชนที่ต้องการให้ไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชัชชาติได้หัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนตอบปฏิเสธว่า ขอทำงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้รอดก่อน เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ซับซ้อน และจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากพรรคการเมืองรวมถึงแนวร่วมในหลากหลายมิติ ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในระดับท้องถิ่นที่ตนกำลังมุ่งมั่นตั้งใจอยู่ในขณะนี้


