เมื่อ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือกับ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน และ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผอ.มูลนิธิคณะก้าวหน้า ที่เดินทางเข้าพบเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากการไปเก็บเบอร์รี่ป่าในประเทศฟินแลนด์และสวีเดน พร้อมยื่นชุดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สหัสวัตกล่าวถึงเหตุผลในการพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ขณะนี้ฟินแลนด์มีมาตรการคุมเข้มการขอวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล (Seasonal Workers) ทำให้ในฤดูกาลนี้มีคนเดินทางไปเก็บเบอร์รีประมาณ 200 คน จากที่ยื่นคำขอไปประมาณ 2,000 คน เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาการค้ามนุษย์ที่เป็นคดีใหญ่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟินแลนด์ จนทำให้รัฐบาลฟินแลนด์ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น
มาตรการที่เข้มข้นขึ้นนี้ส่วนสำคัญมาจากเรื่องความน่าเชื่อถือทั้งจากตัวบริษัทนำเข้าแรงงานที่ไม่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือมากพอ ไปจนถึงการที่ไทยยังไม่แก้ไขปัญหาคดีที่เกิดขึ้นมาในอดีต ถ้าหากปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไป อาจส่งผลให้ทางฟินแลนด์หันไปใช้แรงงานจากประเทศอื่น
สหัสวัตจึงยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ระยะ คือ สั้น-กลาง-ยาว เพื่อให้กระทรวงแรงงานนำไปปฏิรูปและคุ้มครองสิทธิของพี่น้องแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
- มาตรการระยะสั้น ทำได้ทันที
- เสนอให้กระทรวงแรงงานทำสัญญากลางมาตรฐานที่รับรองโดยกระทรวงแรงงาน โดยแต่ละบริษัทจะต้องให้สิทธิประโยชน์และการคุ้มครองที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานสัญญาของกระทรวงแรงงาน
- ต้องมีการสร้างระบบช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
- จัดทำคู่มือและองค์ความรู้ด้านกฎหมายเบื้องต้นของประเทศปลายทาง จัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อในภาวะฉุกเฉิน
- มาตรการระยะกลาง
- จัดลำดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดหางาน สร้างระบบเครดิตและ Blacklist หากพบการกระทำผิดให้ขึ้นบัญชีดำครอบคลุมไปถึงกรรมการบริษัท ตรวจสอบนอมินี และเพิกถอนใบอนุญาตทันที
- บังคับใช้ระบบการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น ยกเลิกการใช้เงินสด เพื่อป้องกันการสวมรอยค่าใช้จ่ายและการใช้แรงงานแบบขัดหนี้
- กลไกตรวจสอบมาตรฐานร่วม: ประสานงานกับกระทรวงแรงงานฟินแลนด์ ส่งเจ้าหน้าที่จากไทยไปสุ่มตรวจสภาพการทำงานในพื้นที่จริง พร้อมจัดระบบสุ่มตรวจหลังเดินทางกลับไทยว่าได้รับสิทธิ สวัสดิการ และรายได้ตรงตามสัญญาหรือไม่
- มาตรการระยะยาว
- แก้ไข พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและครอบคลุมรูปแบบการจ้างงานข้ามชาติในปัจจุบัน
- จัดทำข้อตกลงทวิภาคี เปลี่ยนผ่านจากระบบนายหน้า สู่การผลักดันข้อตกลงระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) ระหว่างไทยและประเทศปลายทาง เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
“จากการหารือนี้ ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ให้ความเห็นว่า เห็นชอบกับข้อเสนอเบื้องต้น โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้นที่จะหาแนวทางดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว จะนำไปหารือภายในกระทรวงแรงงานและร่วมพูดคุยรายละเอียดร่วมกัน”
สหัสวัตย้ำว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนก่อนๆ ซึ่งไม่มีรัฐมนตรีคนใดขยับประเด็นนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างเป็นรูปธรรม จึงคาดหวังจากจุลพันธ์ในฐานะรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้และยกระดับมาตรฐานการส่งออกแรงงานได้ในที่สุด รวมถึงติดตามคดีที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเพื่อทวงคืนความเชื่อมั่นของประเทศกลับมา
ด้านจุลพันธ์ระบุว่า ปัญหาแรงงานไทยถูกหลอกไปทำงานเก็บเบอร์รี่ที่ประเทศฟินแลนด์และสวีเดน นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อพี่น้องแรงงานไทยที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการจ้างงานแรงงานไทยของประเทศฟินแลนด์และสวีเดนอีกด้วย
จุลพันธ์ชี้ว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทางกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เดินหน้ารับฟังข้อเท็จจริงจากหลายภาคส่วนเพื่อนำมาผลักดันให้เกิดเป็นมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยจะนำข้อเสนอที่ได้พูดคุยกันในวันนี้ไปประกอบการพิจารณาและหารือเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป







