×

ฝ่ายค้านยืนยันซักฟอก 18 รัฐมนตรีต้องใช้เวลา 5 วัน ด้านวิปรัฐบาลเผยทุกฝ่ายนัดหาข้อสรุป 21 ต.ค. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
19.10.2026
  • LOADING...
ภาพประกบ รังสิมันต์ โรม และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประเด็นกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ต้องใช้เวลา 5 วัน ชี้หากรัฐบาลบีบรัดเวลาเหลือ 3 วันสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัวการตรวจสอบ ขณะที่ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ระบุจำนวนวันไม่สำคัญเท่าประเด็นในการอภิปราย เตรียมถกวิป 3 ฝ่ายหาข้อสรุป 21 ตุลาคมนี้

 

พรรคประชาชนยันอภิปราย 5 วัน จี้รัฐบาลอย่าหนีการตรวจสอบ

 

วันนี้ (19 ตุลาคม) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลัง ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้ใช้เวลา 3 วัน โดยระบุว่า การกำหนดวันและเวลาจะต้องผ่านการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ วิปรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และฝ่ายค้าน จะยึดเอาความสะดวกของรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่ได้ เนื่องจากเป็นวาระของสภาและฝ่ายค้านเป็นผู้เข้าชื่อเสนอญัตติ

 

รังสิมันต์ชี้แจงว่า การอภิปรายครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกกล่าวหาถึง 18 คน และฝ่ายค้านได้เตรียมผู้อภิปรายไว้จำนวนมาก ดังนั้นเวลา 5 วันจึงเป็นกรอบเวลาที่เหมาะสมที่สุด หากรัฐบาลต้องการจำกัดเวลาเหลือ 3 วัน ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรู้สึกไม่ปลอดภัย กังวลว่าการให้เวลาฝ่ายค้านมากจะส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพ และพฤติกรรมดังกล่าวไม่ต่างจากการหลีกหนีการตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการพูดคุยกันตามระบบ ไม่ใช่ใช้วิธีบังคับ

 

ลั่นใช้หลักฐานน็อก ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ปลุกมโนสำนึก สส. ร่วมตัดสิน

 

สำหรับการเตรียมเนื้อหา รังสิมันต์ระบุว่า ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลพยานหลักฐานมาอย่างรัดกุม ไม่ใช่การใช้โวหารน้ำท่วมทุ่ง และมั่นใจว่าหากกฎหมายบ้านเมืองเป็นปกติ ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถเอาผิดนักการเมืองฝั่งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน พร้อมใช้โอกาสนี้เรียกร้องมโนสำนึกจากเพื่อน สส. ในสภา ไม่ให้ปล่อยผ่านการกระทำของกลุ่มการเมืองที่เรียกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งมีพฤติกรรมใช้อำนาจโดยไม่สนใจหลักนิติรัฐและบริหารประเทศเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เครือข่ายพวกพ้อง

 

ส่วนกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่าฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าอภิปรายไปที่ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รังสิมันต์ชี้แจงว่า การอภิปรายไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงเพราะความสัมพันธ์ทางการเมือง แต่อยู่ที่พยานหลักฐานเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าประเด็น ‘ฮั้ว สว.’ จะเป็นประเด็นนำในการอภิปรายหรือไม่ แต่เชื่อว่าผู้ที่ได้อ่านญัตติจะทราบดีว่ามีประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงความเดือดร้อนของบ้านเมืองรวมอยู่ด้วย

 

วิปรัฐบาลชี้เวลาไม่สำคัญเท่าประเด็น ยันรัฐมนตรีแจงเองได้ไร้องครักษ์

 

ด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดหมายประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องกรอบระยะเวลา โดยกรวีร์มองว่า การถกเถียงเรื่องจำนวน 3 หรือ 5 วัน เป็นเพียงปลายทาง หากนำประเด็นที่จะอภิปรายมากางดูและคำนวณเวลาที่ต้องใช้จริง จะสามารถตกลงกันได้ง่ายกว่า

 

กรวีร์ประเมินว่า แม้จะมีรัฐมนตรีถูกอภิปราย 18 คน แต่เมื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างกว้าง คาดว่าจะมีประเด็นหลักประมาณ 6-7 ประเด็นเท่านั้น ซึ่งอาจคาบเกี่ยวถึงรัฐมนตรีหลายคนในคราวเดียว พร้อมยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนได้ศึกษาข้อมูลและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี สามารถตอบข้อซักถามได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์

 

อย่างไรก็ตาม หากการอภิปรายของฝ่ายค้านมีการพาดพิงเกินความพอดี สส. ฝั่งรัฐบาลก็มีสิทธิชี้แจงและประท้วงเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ

 

ส่วนประเด็นที่ว่าพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมชี้แจงด้วยหรือไม่นั้น หากมีการพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด เป็นผู้ชี้แจงแทนได้

 

ในช่วงท้าย กรวีร์ได้ตอบคำถามถึงกระแสข่าวที่ว่าพรรคกล้าธรรมอาจลงมติสนับสนุนรัฐบาลหรือควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่ายังไม่มีสัญญาณใดๆ ภาพการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นเพียงการพบปะของเพื่อนร่วมงาน การด่วนสรุปเรื่องทิศทางการโหวตหรือการควบรวมพรรคในขณะนี้ถือว่าเร็วเกินไป และต้องรอดูสถานการณ์หลังจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising