วานนี้ (25 มิถุนายน) ที่พรรคเพื่อไทย จัดวงเสวนาสำหรับสมาชิกพรรค (Pheu Thai Member Talk) โดยในครั้งนี้มีการพูดคุยในหัวข้อ ‘REBOOST บำนาญไทย เพื่อแรงงานไทย’ ซึ่งมีวิทยากรหลักประกอบด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบอร์ดประกันสังคม โดยมีบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ดำเนินการวงเสวนา
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เริ่มต้นวงพูดคุยด้วยการชี้ให้เห็นว่ากระทรวงแรงงานมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างความเป็นกระทรวงด้านสังคม และกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องขับเคลื่อนควบคู่กันไป ในโจทย์ด้านสังคมก็ต้องทำให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนโจทย์ทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว
จุลพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่อยากมาร่วมพูดคุยและรับฟังจากท่านอื่นๆ ในวันนี้คือเรื่องการปฏิรูปประกันสังคม โดยโจทย์แรกที่มีความตั้งใจทำคือการเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับสำนักงานประกันสังคมว่า จะสามารถดูแลเม็ดเงินของผู้ประกันตนได้อย่างมีเสถียรภาพ และความมั่นคง และทำให้ฐานของกองทุนประกันสังคมขยายใหญ่ขึ้น และทำให้เม็ดเงินของกองทุนเติบโตขึ้นอย่างที่เหมาะสม มีการลงทุนที่เป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกันตน ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล และเรื่องที่จะมีการพูดคุยกันในวันนี้คือ การปรับเปลี่ยนมาใช้สูตรการคำนวณบำนาญชราภาพแบบใหม่ หรือ สูตร CARE
จุลพันธ์ ย้ำว่า เรื่องการคำนวณบำนาญชราภาพของกองทุนประกันสังคม ในวันนี้มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยน ปัจจุบันมีคนเปลี่ยนงาน ย้ายงานเป็นปกติ มีการเปลี่ยนสถานะผู้ประกันตนจากมาตรา 33 ไปเป็น มาตรา 39 หรือมาตรา 40 เพิ่มมากขึ้น และการคำนวณบำนาญชราภาพแบบเดิมที่มีการคำนวณจากฐานเงินเดือนเฉลี่ยในช่วง 5 ปีสุดท้ายของการทำงานนั้นไม่สามารถสะท้อนการสมทบเงินเข้ากองทุนได้จริง
“วันนี้เราต้องการการคำนวณที่สุดท้ายสามารถสะท้อนเรื่องการทำงานที่ผ่านมาของทุกคนได้ ซึ่งสูตร CARE เป็นสูตรที่นำมาจากต่างประเทศเข้ามาปรับใช้ เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่ามีความเป็นธรรมและจะเกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนทุกคนในระยะยาว”
จุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า อาจจะมีผู้ประกันตนบางคนที่ได้รับผลกระทบในทางลบ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการออกแบบแนวทางในการเยียวยาชดเชยเอาไว้ครอบคลุมช่วงเวลา 5 ปี หลังจากมีการบังคับใช้สูตรการคำนวณนี้ และที่สำคัญสำหรับผู้ที่ได้รับเงินบำนาญอยู่ก่อนแล้วจะไม่มีใครที่ได้รับเงินบำนาญน้อยลง แต่หากมีการคำนวณตามสูตร CARE แล้วพบว่าเงินบำนาญที่ผู้ประกันตนได้รับอยู่ควรเพิ่มขึ้น ก็จะมีการเพิ่มเงินบำนาญในส่วนนั้นแทน
ด้าน ธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า ที่มาของความพยายามนำสูตร CARE มาใช้กับกองทุนประกันสังคมนั้นมาจากปัจจัยท้าทาย ทั้งรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป และความแตกต่างของมูลค่าของเงินในปัจจุบันและในอดีตเมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสูตร CARE ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากหลายประเทศว่าจะสามารถแก้โจทย์ความท้าทายนี้ได้
“หัวใจของสูตร CARE คือ การให้คุณค่ากับระยะเวลาการทำงาน และการสมทบเงินเข้ากองทุน ยิ่งใครทำงานนาน จ่ายเงินสมทบนาน ก็ยิ่งจะได้เงินมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกันยังมีการคำนึงถึงมูลค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงไปทุกปี สูตร CARE จะให้ความสำคัญกับการคำนวณให้เงินที่จ่ายไว้ในอดีต กับเงินในปัจจุบันนั้นมีมูลค่าเท่ากัน”
ขณะที่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบอร์ดประกันสังคม กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่ร่วมผลักดันสูตร CARE นี้ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่กว่าจะมีการผลักดันเรื่องนี้ใช้เวลาผ่านไป 4 รัฐมนตรี
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า ประเด็นปัญหาเรื่องการคำนวณบำนาญชราภาพมีปัญหามาตั้งแต่ปีแรกที่มีการจ่ายเงินคือ ปี 2557 จนมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และศาลแรงงาน ว่า เงินบำนาญไม่เป็นธรรม และหลังจากนั้นสำนักงานประกันสังคมก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้โดยมีการนำสูตร CARE มาศึกษา ในปี 2562 แต่ยังขาดแรงผลักดันทางการเมืองในการทำเรื่องนี้ให้เสร็จ
“ตัวเลขผู้ที่รับบำนาญอยู่ในเวลานี้มีจำนวนประมาณ 9 แสนคน มี 6 แสนคนที่ได้รับบำนาญน้อยกว่าที่เขาควรจะได้รับ ถ้าจะมีรัฐมนตรีท่านไหนที่สามารถจบเรื่องนี้ได้ มันคือการลบน้ำตาของประชาชนจริงๆ”
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ขั้นตอนทุกอย่างรัฐมนตรีเปิดเผยแล้วว่า จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตน และเป็นการแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้าง และเรื่องนี้ไม่ได้เป็นผลงานของพวกผม หรือผลงานของใคร แต่เป็นเรื่องของชีวิตและน้ำตาของประชาชน
นอกจากนี้ในวงเสวนา ยังมีสุเทพ อู่อ้น และวรรณวิภา ไม้สน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงการทำงานเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ รวมทั้งณภูมิ สุวรรณภูมิ หัวหน้ากลุ่มคณิตศาสตร์ประกันภัย สำนักงานประกันสังคม ที่ร่วมนำเสนอข้อมูลให้เห็นว่าการเดินหน้าสูตร CARE ครั้งนี้จะมีการเยียวยาผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบอย่างไร และยืนยันว่าไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุน









