ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินหลังรับคำร้องของทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุและจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนหลายล้านคน ล่าสุดศาลยังไม่มีคำสั่ง และจะส่งคำสั่งไปยังบ้านของผู้ฟ้องพร้อมแจ้งผลว่าจะมีคำสั่งทุเลาหรือไม่
ภายหลังเช้าวันนี้ (5 สิงหาคม) รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมตัวแทนผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เข้ายื่นศาลปกครองกลางขอเปิดไต่สวนฉุกเฉิน กรณีเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม
สืบเนื่องจากการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ บอร์ดประกันสังคม มีมติชะลอการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลปกครอง
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าให้เหตุผลว่า กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมทำเกินกว่าเหตุ พร้อมขอให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม 27 กันยายน 2569
รอผลศาลมีคำสั่งทุเลาหรือไม่
ศาลปกครองกลางรับคำร้องของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ก่อนเปิดการไต่สวนฉุกเฉิน ในเวลา 14.00 น. ซึ่งมี รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ขึ้นให้การไต่สวน
ล่าสุดเวลา 16.15 น. ศาลปกครองกลางได้ไต่สวนคำร้องเสร็จแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำสั่ง
ซึ่งศาลแจ้งว่าจะทําการพิจารณาและมีคําสั่งโดยเร็วที่สุด
มีรายงานว่า ในชั้นการไต่สวน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ได้อธิบายถึงประเด็นผลกระทบต่อการเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไปที่จะมีผลกระทบต่อผู้ประกันตนทั้งหมด 11.9 ล้านคน โดยในขณะนี้ เป็นคณะกรรมการประกันสังคมชุดรักษาการ ทําให้คณะอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์ฯ ไม่มีการประชุมพิจารณาในเรื่องค่าว่างงาน เงินบํานาญชราภาพ และเงินเลี้ยงดูเด็กเล็ก จึงทําให้ผู้ประกันตนเสียประโยชน์
ส่วนกระบวนการต่อจากนี้ ศาลจะมีหมายแจ้งคำสั่งส่งไปยังบ้านของผู้ฟ้อง คือ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ซึ่งในคำสั่งนั้นจะแจ้งว่า จะมีคำสั่งทุเลาหรือคุ้มครองชั่วคราวคำร้องของทีมประกันสังคมก้าวหน้าหรือไม่
ทั้งนี้ หากศาลมีคำสั่งทุเลาหรือคุ้มครอง ก็จะมีการจัดการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม คือวันที่ 27 กันยายน 2569
ชี้การเลื่อนหรือชะลอล้วนกีดขวางการปฏิรูป
จากนั้น รศ.ดร.ษัษฐรัมย์เปิดเผยความรู้สึกภายหลังขึ้นไต่สวนว่า ได้ให้ข้อมูลว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนประชาธิปไตยเป็นหัวใจสำคัญของประกันสังคมที่ยึดโยงกับนายจ้าง และผู้ประกันตนจำนวนมหาศาลของประเทศ
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์มองว่า กระบวนการทางกฎหมาย ผ่านกระบวนการทางยุติธรรม เป็นช่องทางที่ทำให้การปฏิรูปประกันสังคมสามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ผู้ประกันตนและนายจ้าง
“ถ้าเราพร้อมใจกันยืนยันการปฏิรูป และมองให้ออกว่า การพยายามเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จะเรียกว่าเลื่อน ชะลอ หรือว่ายกเลิก ซึ่งเหล่านี้ก็จะเป็นการกีดขวางการปฏิรูปทั้งสิ้น หัวใจสำคัญของการผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ อยู่ที่เจตนาของผู้ประกันตนและนายจ้างหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าว


