กัมพูชาแจ้งต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) และทางการไทยว่า ได้เริ่มกระบวนการประนีประนอมข้อพิพาทเชิงบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลกับทางการไทยที่ยืดเยื้อมานาน
วันนี้ (2 มิถุนายน) กัมพูชาประกาศเริ่มกระบวนการประนีประนอมข้อพิพาท โดยเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังประเทศไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 2544 หรือกรอบการเจรจาพื้นที่พิพาทในอ่าวไทยว่าด้วยการอ้างสิทธิ์ทางทะเลของทั้งสองประเทศที่ทับซ้อนกัน
ทั้งนี้ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศว่า ได้ดำเนินการในขั้นตอนนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทยยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในทันที
“กัมพูชาพยายามแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติมาโดยตลอด เรายังคงแสวงหาความสัมพันธ์กับประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสันติภาพ ความร่วมมือ และความเคารพซึ่งกันและกัน แต่ในขณะเดียวกัน อธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาก็ต้องได้รับการเคารพเช่นกัน” นายกฯ กัมพูชากล่าว
ตามรายงานของ Khmer Times ฮุน มาเนตตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ไทยและกัมพูชาได้ดำเนินการภายใต้ MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบการทำงานทวิภาคีที่มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาการปักปันเขตแดนทางทะเล และเปิดทางให้มีการพัฒนาร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ทับซ้อนกัน
ทั้งนี้ นายกฯ กัมพูชาระบุว่า ทางการได้เรียกร้องให้ไทยรักษากรอบการทำงานดังกล่าวไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังทางการไทยส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะถอนตัว แต่ในท้ายที่สุด ประเทศไทยก็ดำเนินการถอนตัว ซึ่งส่งผลให้ MOU 44 ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
ตามแถลงการณ์ กัมพูชาได้แต่งตั้งให้ ปรัก สุคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนในการดำเนินการดังกล่าว ร่วมกับ ปีเตอร์ ทักโซ-เยนเซน (Peter Taksøe-Jensen) นักการทูตชาวเดนมาร์ก และ ฌอง-มาร์ค ทูฟเวนิน (Jean-Marc Thouvenin) นักวิชาการชาวฝรั่งเศส เพื่อทำหน้าที่เป็นคณะผู้ประนีประนอม ส่งผลให้ประเทศไทยมีเวลา 21 วันในการแต่งตั้งผู้ประนีประนอมเป็นจำนวน 2 คน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนเลือกประธานเพื่อสรุปและจัดตั้งคณะกรรมาธิการประนีประนอมภายใต้เลขาธิการ UN
ฮุน มาเนตยังอ้างกรณีประเทศติมอร์-เลสเตและออสเตรเลีย ซึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลผ่านกระบวนการที่คล้ายคลึงกันในปี 2018 โดยแถลงการณ์ระบุว่า กัมพูชาหวังว่ากลไกนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติอีกครั้ง
สำหรับท่าทีของทางการไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นต่อท่าทีดังกล่าวว่า ไทยไม่จำเป็นต้องแก้เกมใดๆ ต่อความเคลื่อนไหวของกัมพูชาในการพูดคุยกับนานาชาติ
“รัฐบาลไทยจะดำเนินการในแบบของไทย โดยรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ รวมถึงยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคงของประเทศ”
แฟ้มภาพ: Athit Perwongmetha / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/cambodia-launches-un-backed-process-settle-maritime-dispute-with-thailand-2026-06-02/
- https://www.khmertimeskh.com/501911133/cambodia-invokes-un-mechanism-over-maritime-dispute-with-thailand-citing-exhaustion-of-bilateral-talks/


