เทรนด์การเดินทางในเอเชียเปลี่ยนไปในปี 2026 ผู้คนหันมาจองกิจกรรมที่เดินทางภายในภูมิภาคและเหมาะกับครอบครัวมากขึ้น สอดคล้องกับรายงานจากแพลตฟอร์มจองท่องเที่ยว Agoda พบว่า ครึ่งแรกของปี 2026 สวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และ สถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งเป็นกลุ่มกิจกรรมที่ได้รับการจองสูงสุดในเอเชีย แสดงให้เห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมและการเดินทางด้วยเที่ยวบินระยะสั้น
การวิเคราะห์การจองของ Agoda ระหว่าง ม.ค. – มิ.ย. ครอบคลุมฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ไทย, มาเลเซีย อินโดนีเซีย, และ เวียดนาม ยังชี้ว่าแนวโน้มนี้สอดคล้องกับการที่สายการบินหลายแห่งเพิ่มความถี่ในเส้นทางภูมิภาค เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าธรรมเนียมปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ทำให้การบินระยะไกลมีต้นทุนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการเดินทางในภูมิภาค
ในภาพรวมของเอเชีย ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ยังคงเป็นสถานที่ที่ถูกจองมากที่สุด ส่วนตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ Tokyo Disney Resort และ Lotte World ก็เป็นจุดหมายยอดนิยมเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าความบันเทิงขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวยังเป็นแรงดึงหลัก
ขณะที่ Jakarta Aquarium Safari เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในอินโดนีเซีย ส่วนไต้หวัน ผู้ชื่นชอบทัวร์ชายฝั่งเหนือที่รวมจิ่วเฟินและเหยหลิว และในไทย จุดดึงดูดที่ได้รับความสนใจมากคือ Skyflyers Giant Swing ในกรุงเทพฯ ส่วนเวียดนาม Sun World Fansipan Legend ในซาปา รวมการขึ้นกระเช้าไปยอดฟานซีปัน กลายเป็นกิจกรรมที่ถูกจองมากที่สุด แสดงถึงความต้องการประสบการณ์ธรรมชาติและภูเขานอกเมืองใหญ่
ทั้งนี้ ข้อมูลของ Agoda ยังสรุปว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคมักเลือกจุดหมายที่ใช้เวลาบินไม่กี่ชั่วโมง และกิจกรรมยอดนิยมหลายรายการเป็นประเภทที่ใช้เวลาทั้งวัน เหมาะสำหรับครอบครัว และตั้งอยู่ในเครือข่ายการเดินทางระยะสั้นของเอเชีย
อย่างไรก็ตาม การสำรวจแยกโดย Visa ที่สอบถามผู้บริโภคราว 1.7 หมื่นคนทั่วเอเชีย พบว่า 63% เดินทางภายในภูมิภาค ขณะที่ผู้เดินทางไปยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา หรืออเมริกาเหนือนั้นมีสัดส่วนน้อยกว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเกือบครึ่งของผู้ตอบสำรวจระบุว่าใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการค้นหาไอเดียและวางแผนการเดินทาง ส่วนอีกบางกลุ่มใช้ AI ตรวจสอบรีวิวและจองทัวร์หรือกิจกรรมต่างๆ
Danielle Jin ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Visa ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ในยุคที่นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางผ่านช่องทางดิจิทัลและมีการวางแผนอย่างรัดกุม จุดหมายท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และผู้ออกบัตรควรร่วมมือกันอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางสามารถค้นหา เลือก และจองประสบการณ์ได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการส่วนตัวของแต่ละคน โดยแนวโน้มนี้จะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการบิน รูปแบบการทำธุรกิจท่องเที่ยว และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคต่อไป
ภาพ:Ariyaphol Jiwalak/shutterstock
อ้างอิง:

