×

กัมพูชาเดินหน้ากลไกประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS คืออะไร ไทยได้หรือเสียประโยชน์?

02.06.2026
  • LOADING...
ภาพโลโก้ UNCLOS, ธงชาติไทยและกัมพูชาบนพื้นหลังน้ำทะเล

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ประกาศในวันนี้ (2 มิถุนายน) ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อประเทศไทยและเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS (United Nations Convention on the Law Of the Sea) เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลของไทยและกัมพูชา โดยอ้างเหตุผลจากการที่รัฐบาลไทยยกเลิก MOU 2544 จึงทำให้ โอกาสในการเจรจาทวิภาคีหมดไป

 

 

ผู้นำกัมพูชายืนยันว่า การเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้ง และไม่ได้หมายถึงการละทิ้งการเจรจา แต่เป็นการเปลี่ยนไปสู่กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่การกระทำฝ่ายเดียว แต่เป็นการพยายามแก้ไขข้อพิพาทด้วยความสุจริตใจ

 

โดยเขาเชื่อว่า ทั้งกัมพูชาและไทยจะได้ประโยชน์จากการยุติข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

 

ขณะที่อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นต่อท่าทีดังกล่าวของกัมพูชา โดยกล่าวว่า “ไทยไม่ต้องแก้เกมใดๆ ต่อความเคลื่อนไหวของกัมพูชาในการพูดคุยกับนานาชาติ” และ “รัฐบาลไทยจะดำเนินการในแบบของไทย โดยรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ รวมถึงยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคงของประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือกลไกการประนอมภาคบังคับ มีข้อกำหนดและใจความสำคัญอย่างไรบ้าง และภายใต้กลไกของ UNCLOS นี้ ไทยจะได้หรือเสียประโยชน์

 

การประนอมภาคบังคับของ UNCLOS คืออะไร?

 

การประนอมภาคบังคับเป็นกระบวนการภายใต้ UNCLOS (ภาคผนวก 5 มาตรา 2) ซึ่งคณะผู้ไกล่เกลี่ยจะช่วยเหลือรัฐคู่กรณีในการหาข้อตกลงอย่างสันติเพื่อยุติข้อพิพาท

 

กระบวนการนี้สามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่มีข้อตกลงระหว่างรัฐเพื่อนบ้าน และรัฐหนึ่งได้ประกาศยกเว้นอำนาจศาลของหน่วยงานระงับข้อพิพาทที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล

 

ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า UNCLOS ให้อำนาจรัฐคู่กรณีในการระงับข้อพิพาทด้วยการฟ้องคดี ทั้งศาลโลก, ศาลระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล (ITLOS) หรืออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของ UNCLOS ก็มีสิทธิ์ตั้งข้อสงวนตามมาตราที่ 298 เพื่อที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการแก้ไขข้อพิพาทในกลไกเหล่านี้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ภัทรพงษ์ ชี้ว่า ต่อให้มีการตั้งข้อสงวน แต่ในอนุสัญญาฯ ยังกำหนดให้รัฐภาคีระงับข้อพิพาทด้วยการประนอมภาคบังคับ โดยการให้รัฐคู่พิพาทตั้ง ‘บุคคลที่ 3’ คือ คณะกรรมการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีทั้งสิ้น 5 คน มาจากคู่พิพาท 2 ฝ่าย ที่เลือกมาฝ่ายละ 2 คน และเลือกประธานร่วมกัน

 

การทำหน้าที่ของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย จะมีความคล้ายกระบวนการในศาล ต่างกันที่คณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีอำนาจทำคำตัดสินที่มีผลชี้ขาดหรือมีผลผูกพัน แต่จะจัดทำรายงานที่มีลักษณะเป็นข้อแนะนำให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับแต่ตั้งคณะกรรมการ เพื่อให้คู่พิพาทนำไปใช้เป็นฐานในการเจรจาระงับข้อพิพาทต่อไป

 

ทั้งนี้ การให้บุคคลที่สามอย่างคณะกรรมการไกล่เกลี่ยเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น แม้จะมีข้อดี คือ ช่วยขับเคลื่อนให้กระบวนการเจรจาเดินหน้าไปได้ แต่ก็มีข้อเสีย คือผลลัพธ์ที่ออกมาไม่อาจคาดการณ์ได้ทั้งหมด

 

โดยการตัดสินของ UNCLOS จะยึดหลักการ ‘ทางแก้ไขที่เที่ยงธรรม (Equitable Solution)’ แต่ไม่ใช่ ‘ความเท่าเทียม’ แบบการกำหนดเขตแดนโดยขีดเส้นตรงกลางแล้วแบ่งกัน

 

เทียบกรณีติมอร์เลสเต-ออสเตรเลีย

 

ฮุน มาเนต ยังยกตัวอย่างกรณีของติมอร์ เลสเตและออสเตรเลีย ซึ่งแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลได้สำเร็จผ่านกระบวนการที่คล้ายคลึงกันในปี 2018 และกล่าวว่า “กัมพูชาหวังว่ากลไกนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติอีกครั้ง”

 

กรณีของติมอร์ เลสเต กับออสเตรเลีย เป็นกรณีตัวอย่างเดียวที่รัฐภาคี UNCLOS ใช้กลไกการประนอมภาคบังคับ ซึ่งมีข้อพิพาทเรื่องผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะแหล่งขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหนือทะเลติมอร์ ที่ชื่อ Greater Field Sunrise

 

การประนอมภาคบังคับเป็นหนทางเดียวที่ติมอร์ เลสเตสามารถใช้ในการเจรจากับออสเตรเลียเกี่ยวกับเขตแดนถาวรได้ เนื่องจากในเดือนมีนาคมปี 2002 หรือ 2 เดือนก่อนที่ติมอร์-เลสเตจะได้รับเอกราช และเตรียมให้สัตยาบันในอนุสัญญา UNCLOS แต่รัฐบาลออสเตรเลียตัดสินใจประกาศไม่รับอำนาจอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเล ส่งผลให้เมื่อติมอร์ ให้สัตยาบันและเข้าเป็นรัฐภาคีใน UNCLOS แล้ว จึงได้เริ่มใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับในปี 2016

 

ภายใต้กระบวนการประนอมภาคบังคับ ติมอร์ เลสเตและออสเตรเลียได้ยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการและเข้าร่วมกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยจนสามารถตกลงกันเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลถาวรได้ ก่อนจะมีการลงนามในสนธิสัญญาร่วม ที่ทำให้ติมอร์ เลสเต ได้ส่วนแบ่งรายได้จากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สูงถึง 70% จากเดิมที่ต้องแบ่งเท่ากันทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ออสเตรเลียสูญเสียอำนาจทางกฎหมายและการบริหารจัดการในแหล่งน้ำมัน

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising