วันนี้ (29 สิงหาคม) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่จุดลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ ที่ วัดพระพิเรนทร์ เพื่อเปิดเผยความคืบหน้าการปฏิบัติงานระงับเหตุและแผนการฟื้นฟูเยียวยาจากเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์
จากการใช้โดรนบินสำรวจประเมินสถานการณ์ พบว่าภายในอาคารยังมีความร้อนสะสมตัวสูง แต่การนำเครื่องจักรหนักเข้าเคลียร์พื้นที่ทำได้ยาก เนื่องจากโครงสร้างเหล็กพังถล่มและเกี่ยวรั้งกันอยู่ การรื้อถอนด้วยความรุนแรงอาจส่งผลให้อาคารพังถล่มเพิ่มเติม หรือเปิดทางให้อากาศเข้าไปกระตุ้นจุดความร้อนให้ปะทุขึ้นอีก
ทีมประเมินสถานการณ์จึงต้องปรับแผนมาใช้วิธีการตัดและรื้อโครงสร้างอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดที่มีความร้อนสูงได้อย่างปลอดภัย โดยประเมินการใช้โดรนและเครื่องจักรควบคู่กันไป
สำหรับการช่วยเหลือ มีผู้ประกอบการและลูกจ้างทยอยลงทะเบียนขอรับการเยียวยาแล้วประมาณ 200 ราย โดย กทม. จะประสานข้อมูลกับทางตลาดเพื่อช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียเอกสารสำคัญในกองเพลิง นอกจากนี้ สำนักอนามัยได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ประกอบด้วย
- ทีม HAZMAT: ประเมินความเสี่ยงจากฝุ่นควันและสิ่งปนเปื้อน พร้อมให้คำแนะนำด้านการป้องกันมลพิษ
- ทีม SHERT: ตรวจประเมินสุขภาพร่างกายและเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้แก่กลุ่มเปราะบาง
ในส่วนของผู้บาดเจ็บมีจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย โดย 10 รายบาดเจ็บเล็กน้อยและเดินทางกลับบ้านได้แล้ว ส่วนอีก 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่สำลักควันไฟ อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
ทวิดา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กทม. เตรียมทบทวนและยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบการให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้า จุดชาร์จแบตเตอรี่ และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยในระยะยาว


