Menu

‘Black Cabin’ ค็อกเทลแกล้มดนตรีสด ณ กระท่อมล่าสัตว์สีดำใจกลางกรุง

10.08.2017
  • LOADING...
  • 20

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • คอนเซปต์บาร์ที่ดีไซน์ธีมกระท่อมล่าสัตว์ สร้างบรรยากาศแปลกใหม่แตกต่างจากบาร์ทั่วไปในเมืองกรุงที่เราคุ้นเคย ทั้งยังเป็นบาร์ที่มีดนตรีสดและดริงก์จากสปิริตชั้นดีเป็นเครื่องเคียง ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
  • ค็อกเทลของที่นี่เน้นการทวิสต์คลาสสิกค็อกเทลให้กลายเป็นแก้วดื่มง่าย รสชาติเข้าถึงกลุ่มลูกค้านักดื่มหน้าใหม่ที่กำลังเสาะหาประสบการณ์จาก Drinking Culture ที่กำลังเฟื่องฟู

     แรกเริ่มเดิมที พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของ Stu-fé Studio & Café ซึ่งเคยให้ความบันเทิงแก่ผู้ที่รักในเสียงดนตรี ตอนนี้ได้กลายเป็นที่ตั้งของกระท่อมล่าสัตว์สีดำหลังน้อย Black Cabin เสิร์ฟค็อกเทลรสชาติสบายลิ้น รังสรรค์โดย อ๊อด-วัชรา โพธิ์มี เฮดบาร์เทนเดอร์ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงชัยในการแข่งขัน Ultimate Bartender Championship 2017 ในระดับภูมิภาค รายการแข่งขันบาร์เทนเดอร์นี้จัดขึ้นโดยสกอตช์วิสกี้แบรนด์ Monkey Shoulder ถึงแม้อ๊อดจะไม่สามารถเข้าไปแข่งขันต่อในระดับโลกได้ แต่ความสามารถที่เขามีก็ทำให้ซอยฟาร์มวัฒนาแห่งนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

 

 

The Vibe

     กระท่อมน้อยหลังนี้ถูกทาด้วยสีดำทั้งด้านในและด้านนอก พร้อมประดับประดาด้วยไฟสีแดงและส้ม ทำให้ดูลึกลับซับซ้อน ไหนจะโต๊ะเก้าอี้ที่ได้รับการตกแต่งด้วยขนสัตว์และสัตว์สตัฟฟ์ ซึ่งลากความรู้สึกให้ถอยห่างจากความเป็นป่าคอนกรีตอันวุ่นวายของกรุงเทพมหานคร และเพื่อไปให้สุดคอนเซปต์กระท่อมน้อยในป่าใหญ่ ตรงโซนของนักดนตรีที่นอกจากจะเป็นที่อยู่ของเครื่องเสียงและเครื่องดนตรีแล้ว ยังประดับด้วยเถาไม้ปลอมเพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนหลุดไปยังอีกโลกหนึ่ง

 

 

The Music

     ดนตรีสดของที่นี่มีหลากหลายแนวเพื่อสนองตอบกับความต้องการของคอเพลงตัวจริง ซึ่งแต่ละวันจะเล่นเพลงไม่ซ้ำสไตล์กัน เช่น วันอังคารจะเล่นเพลงแนวรูม เนื่องจากเป็นช่วงเปิดสัปดาห์ จะเน้นไม่ให้หนักหน่วงมากนัก วันพุธเป็นคิวของเพลงโซลที่ทำให้ใครหลายคนได้ขยับแข้งขยับขา ไม่ว่าจะเป็นเพลงของราชาเพลงโซลอย่างเจมส์ บราวน์ ไปจนถึงฟังก์และดิสโก้ที่เน้นลีลาของเบส

     ส่วนวันพฤหัสบดีจะเป็นตาของเพลงอินดี้และโฟล์ก ซึ่งเหมาะสำหรับใครที่ชอบเพลงสไตล์ดาเมียน ไรซ์ วันศุกร์จะเล่นอิเล็กทรอนิกส์-แจ๊ซที่ผสมผสานเครื่องเป่าทองเหลืองกับเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย วันเสาร์จะมีเพลงสไตล์โมเดิร์นโซลที่ให้แขกได้โยกย้ายส่ายเอวกันเบาๆ ส่วนในวันอาทิตย์ก็ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยเพลงแจ๊ซนุ่มๆ

 

 

The Drinks

     ดนตรีดีๆ ก็ควรคู่ด้วยเหล้าดีเช่นกัน ตัวเลือกของสปิริตมีตั้งแต่ซิงเกิลมอลต์จากญี่ปุ่น สกอตแลนด์ ไปจนถึงสปิริตรสชาติจัดจ้าน เหล้าจินรสช็อกโกแลตสุด exotic หรือแอลกอฮอล์สัญชาติไทยคุณภาพ เมนูค็อกเทลก็มีตั้งแต่คลาสสิกค็อกเทลอย่าง Aviation, Mai Tai และ Negroni แต่กระนั้นที่นี่ก็มีซิกเนเจอร์ค็อกเทลเป็นของตัวเอง และนั่นเป็นแก้วที่เราได้ลองในค่ำคืนนี้

     ประเดิมแก้วแรกด้วย Pink Chandelier (380 บาท) ที่ปรับมาจาก Mojito ซึ่งเป็นดริงก์ที่ท็อปด้วยสปาร์กกลิงไวน์ และใช้เบสเป็นไอริชวิสกี้อย่าง Jameson ทำให้รู้สึกรีเฟรชเมื่อดื่ม ซึ่งทางร้านยังบอกอีกว่ารีเฟรชชิงค็อกเทลนี้เป็นตัวที่ขายดีที่สุด เนื่องจากเข้าถึงคนวัยทำงาน

     White Lie (280 บาท) มีส่วนผสมของแม่โขงกับ Aperol เพิ่มความเปรี้ยวด้วยน้ำสับปะรดและน้ำมะนาว ปรับสมดุลด้วยไซรัป และใช้ไข่ขาวทำให้ได้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม ซึ่งตามปกติ การเชกดริงก์ที่มีไข่ขาวมักจะเป็นดรายเชกก่อน เพื่อให้ไข่ขาวแตกตัว แล้วจึงนำไปเชกกับน้ำแข็ง แต่บาร์เทนเดอร์กับทำตรงกันข้ามโดยดรายเชกทีหลัง เพื่อให้ฟองจากไข่ขาวยังแน่นและปริ่มปากแก้ว

     สำหรับใครที่เป็นสายเข้ม ทางร้านก็มี Wild Men (320 บาท) ซึ่งทวิสต์มาจากค็อกเทล Spirit Forward ที่มีชื่อว่า El Presidente ซึ่งใช้เหล้าใหม่หมด โดยใช้ Jameson เป็นเบสแทนเหล้ารัม ตามด้วย Grand Marnier ที่ทำหน้าที่แทนเวอร์มุธ เพิ่มความหวานของเบอร์รีด้วย Cherry Hering เติมมิติด้วยน้ำมะนาว แล้วเหยาะด้วยบิตเตอร์ช็อกโกแลตเพื่อเพิ่มกลิ่นและความขม

 

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-1.00 น.

Address: ซอยฟาร์มวัฒนา ถนนพระรามสี่

Budget: 200-400 บาท

Contact: 06 1515 6989

Website: www.blackcabinbar.com

Page: www.facebook.com/blackcabinbar/

FYI
  • ยกตัวอย่างกับแกล้มของที่นี่ นอกจากเฟรนช์ฟรายส์และชีสสติกแล้ว ยังมีไส้กรอกกระต่ายที่เสิร์ฟพร้อมผักย่างและควินัว ฯลฯ
  • น้ำแข็งก้อนกลมของที่นี่เป็นน้ำแข็งที่ทางบาร์เทนเดอร์เป็นคนแกะเองกับมือ
  • การดรายเชก (dry shake) คือการนำเอาเหล้าที่ผสมเรียบร้อยแล้วมาเขย่าโดยไม่มีน้ำแข็ง มักใช้กับการเขย่าดริงก์ที่มีไข่ขาวเป็นองค์ประกอบ

 


  • LOADING...
  • 20
READ MORE
FOLLOW US

‘Black Cabin’ ค็อกเทลแกล้มดนตรีสด ณ กระท่อมล่าสัตว์สีดำใจกลางกรุง

HIGHLIGHTS:

4 Mins. Read
  • คอนเซปต์บาร์ที่ดีไซน์ธีมกระท่อมล่าสัตว์ สร้างบรรยากาศแปลกใหม่แตกต่างจากบาร์ทั่วไปในเมืองกรุงที่เราคุ้นเคย ทั้งยังเป็นบาร์ที่มีดนตรีสดและดริงก์จากสปิริตชั้นดีเป็นเครื่องเคียง ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
  • ค็อกเทลของที่นี่เน้นการทวิสต์คลาสสิกค็อกเทลให้กลายเป็นแก้วดื่มง่าย รสชาติเข้าถึงกลุ่มลูกค้านักดื่มหน้าใหม่ที่กำลังเสาะหาประสบการณ์จาก Drinking Culture ที่กำลังเฟื่องฟู

     แรกเริ่มเดิมที พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่ของ Stu-fé Studio & Café ซึ่งเคยให้ความบันเทิงแก่ผู้ที่รักในเสียงดนตรี ตอนนี้ได้กลายเป็นที่ตั้งของกระท่อมล่าสัตว์สีดำหลังน้อย Black Cabin เสิร์ฟค็อกเทลรสชาติสบายลิ้น รังสรรค์โดย อ๊อด-วัชรา โพธิ์มี เฮดบาร์เทนเดอร์ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงชัยในการแข่งขัน Ultimate Bartender Championship 2017 ในระดับภูมิภาค รายการแข่งขันบาร์เทนเดอร์นี้จัดขึ้นโดยสกอตช์วิสกี้แบรนด์ Monkey Shoulder ถึงแม้อ๊อดจะไม่สามารถเข้าไปแข่งขันต่อในระดับโลกได้ แต่ความสามารถที่เขามีก็ทำให้ซอยฟาร์มวัฒนาแห่งนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

 

 

The Vibe

     กระท่อมน้อยหลังนี้ถูกทาด้วยสีดำทั้งด้านในและด้านนอก พร้อมประดับประดาด้วยไฟสีแดงและส้ม ทำให้ดูลึกลับซับซ้อน ไหนจะโต๊ะเก้าอี้ที่ได้รับการตกแต่งด้วยขนสัตว์และสัตว์สตัฟฟ์ ซึ่งลากความรู้สึกให้ถอยห่างจากความเป็นป่าคอนกรีตอันวุ่นวายของกรุงเทพมหานคร และเพื่อไปให้สุดคอนเซปต์กระท่อมน้อยในป่าใหญ่ ตรงโซนของนักดนตรีที่นอกจากจะเป็นที่อยู่ของเครื่องเสียงและเครื่องดนตรีแล้ว ยังประดับด้วยเถาไม้ปลอมเพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนหลุดไปยังอีกโลกหนึ่ง

 

 

The Music

     ดนตรีสดของที่นี่มีหลากหลายแนวเพื่อสนองตอบกับความต้องการของคอเพลงตัวจริง ซึ่งแต่ละวันจะเล่นเพลงไม่ซ้ำสไตล์กัน เช่น วันอังคารจะเล่นเพลงแนวรูม เนื่องจากเป็นช่วงเปิดสัปดาห์ จะเน้นไม่ให้หนักหน่วงมากนัก วันพุธเป็นคิวของเพลงโซลที่ทำให้ใครหลายคนได้ขยับแข้งขยับขา ไม่ว่าจะเป็นเพลงของราชาเพลงโซลอย่างเจมส์ บราวน์ ไปจนถึงฟังก์และดิสโก้ที่เน้นลีลาของเบส

     ส่วนวันพฤหัสบดีจะเป็นตาของเพลงอินดี้และโฟล์ก ซึ่งเหมาะสำหรับใครที่ชอบเพลงสไตล์ดาเมียน ไรซ์ วันศุกร์จะเล่นอิเล็กทรอนิกส์-แจ๊ซที่ผสมผสานเครื่องเป่าทองเหลืองกับเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย วันเสาร์จะมีเพลงสไตล์โมเดิร์นโซลที่ให้แขกได้โยกย้ายส่ายเอวกันเบาๆ ส่วนในวันอาทิตย์ก็ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยเพลงแจ๊ซนุ่มๆ

 

 

The Drinks

     ดนตรีดีๆ ก็ควรคู่ด้วยเหล้าดีเช่นกัน ตัวเลือกของสปิริตมีตั้งแต่ซิงเกิลมอลต์จากญี่ปุ่น สกอตแลนด์ ไปจนถึงสปิริตรสชาติจัดจ้าน เหล้าจินรสช็อกโกแลตสุด exotic หรือแอลกอฮอล์สัญชาติไทยคุณภาพ เมนูค็อกเทลก็มีตั้งแต่คลาสสิกค็อกเทลอย่าง Aviation, Mai Tai และ Negroni แต่กระนั้นที่นี่ก็มีซิกเนเจอร์ค็อกเทลเป็นของตัวเอง และนั่นเป็นแก้วที่เราได้ลองในค่ำคืนนี้

     ประเดิมแก้วแรกด้วย Pink Chandelier (380 บาท) ที่ปรับมาจาก Mojito ซึ่งเป็นดริงก์ที่ท็อปด้วยสปาร์กกลิงไวน์ และใช้เบสเป็นไอริชวิสกี้อย่าง Jameson ทำให้รู้สึกรีเฟรชเมื่อดื่ม ซึ่งทางร้านยังบอกอีกว่ารีเฟรชชิงค็อกเทลนี้เป็นตัวที่ขายดีที่สุด เนื่องจากเข้าถึงคนวัยทำงาน

     White Lie (280 บาท) มีส่วนผสมของแม่โขงกับ Aperol เพิ่มความเปรี้ยวด้วยน้ำสับปะรดและน้ำมะนาว ปรับสมดุลด้วยไซรัป และใช้ไข่ขาวทำให้ได้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม ซึ่งตามปกติ การเชกดริงก์ที่มีไข่ขาวมักจะเป็นดรายเชกก่อน เพื่อให้ไข่ขาวแตกตัว แล้วจึงนำไปเชกกับน้ำแข็ง แต่บาร์เทนเดอร์กับทำตรงกันข้ามโดยดรายเชกทีหลัง เพื่อให้ฟองจากไข่ขาวยังแน่นและปริ่มปากแก้ว

     สำหรับใครที่เป็นสายเข้ม ทางร้านก็มี Wild Men (320 บาท) ซึ่งทวิสต์มาจากค็อกเทล Spirit Forward ที่มีชื่อว่า El Presidente ซึ่งใช้เหล้าใหม่หมด โดยใช้ Jameson เป็นเบสแทนเหล้ารัม ตามด้วย Grand Marnier ที่ทำหน้าที่แทนเวอร์มุธ เพิ่มความหวานของเบอร์รีด้วย Cherry Hering เติมมิติด้วยน้ำมะนาว แล้วเหยาะด้วยบิตเตอร์ช็อกโกแลตเพื่อเพิ่มกลิ่นและความขม

 

 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.30-1.00 น.

Address: ซอยฟาร์มวัฒนา ถนนพระรามสี่

Budget: 200-400 บาท

Contact: 06 1515 6989

Website: www.blackcabinbar.com

Page: www.facebook.com/blackcabinbar/

FYI
  • ยกตัวอย่างกับแกล้มของที่นี่ นอกจากเฟรนช์ฟรายส์และชีสสติกแล้ว ยังมีไส้กรอกกระต่ายที่เสิร์ฟพร้อมผักย่างและควินัว ฯลฯ
  • น้ำแข็งก้อนกลมของที่นี่เป็นน้ำแข็งที่ทางบาร์เทนเดอร์เป็นคนแกะเองกับมือ
  • การดรายเชก (dry shake) คือการนำเอาเหล้าที่ผสมเรียบร้อยแล้วมาเขย่าโดยไม่มีน้ำแข็ง มักใช้กับการเขย่าดริงก์ที่มีไข่ขาวเป็นองค์ประกอบ

 

LOADING...

RELATED STORIES