×
402595

ฉายภาพทิศทางของ Big C เมื่อผลกระทบจากโควิด-19 จะอยู่ไปอีก 3 ปี

30.09.2020
  • LOADING...
Big C ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี

“จากการประเมินสถานการณ์ต่างๆ เราเชื่อว่าผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 จะอยู่ไปอีก 3 ปี กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ถึงจะกลับมาครึกครื้นเหมือนกับปี 2563” อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวถึงมุมมองที่มีต่อภาพรวมธุรกิจในขณะนี้

 

เมื่อผลประเมินออกมาเป็นเช่นนี้ ทำให้ช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ทิศทางของ Big C “จะต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น นี่คือการวิ่งมาราธอนนาน 3 ปีที่เราต้องเตรียมตัว” อัศวิน กล่าว แม้จะยังใช้เงินลงทุนหลักพันล้านบาทต่อปี เพื่อลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่จะปรับลดลงจากเฉลี่ยปีละ 7,000 ล้านบาท เหลือปีละ 5,000 ล้านบาท 

 

สำหรับการขยายสาขาช่วงเวลาที่เหลือของปี 2563 จะไม่เปิดในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตแล้ว แต่จะเน้นเปิดสาขาขนาดเล็กอย่าง Mini Big C โดยจะเน้นขยายไปในกลุ่ม EEC หรือโซนภาคตะวันออก เนื่องจากปกติมีสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว การเปิดสาขาเล็กมากขึ้นจะทำให้สามารถใช้ประโยน์จากโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มที่ ปีต่อไปไฮเปอร์มาร์เก็ตจะเปิดอยู่บ้าง แต่จะต้องเลือกทำเลที่ดีจริงๆ ถึงจะเปิด 

 

ขณะเดียวกันในแง่ของรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตนั้น ได้หาพันธมิตรเข้ามาเติมเต็มพื้นที่เช่า ซึ่งมีทั้งร้านอาหารไทย อาหารเกาหลี หรือกระทั่งร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ซึ่งการมีพันธมิตรเหล่านี้จะทำให้ Big C ไม่ต้องพึ่งพิงเชนร้านอาหารมากเกินไป หากกลุ่มเชนไม่ต้องการไปในทำเลที่เพิ่งมีการเปิด

 

ในแง่ของกำลังซื้อนั้นยอมรับว่า ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม และจะซึมยาวไปเหมือนที่ได้ประเมิน สิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าคือ ความถี่ในการเดินซื้อของลดลง แต่ค่าใช้จ่ายต่อครั้งกลับมากขึ้นประมาณ 5-10% แต่รวมๆ กำลังซื้อลดลงไม่เหมือนกับก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ล่าสุด Big C ได้จัดแคมเปญ ‘ถูกจริง ประหยัดจริงที่บิ๊กซี’ นำสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 5,000 รายการ มาลดราคา 10-40% ระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2563 ถึง 3 มกราคม 2564

 

“การจัดแคมเปญลดราคา แน่นอนย่อมกระทบกับผลกำไรที่จะลดลง แต่เพื่อช่วยลูกค้าให้อยู่ได้ในช่วงนี้เรายอม แม้กำไรจะน้อยลง แต่ยืนยัน Big C ยังแข็งแรงเหมือนเดิม ไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน” แม่ทัพ Big C กล่าว

 

ขณะเดียวกันการออกมาสื่อสารแคมเปญที่ใช้ เบลล่า-ราณี แคมเปน และ น้าค่อม ชวนชื่น มาเป็นพรีเซนเตอร์ มีเป้าหมายให้ลูกค้ารับรู้ในเรื่องของความถูกมากขึ้น เนื่องจากวันนี้ปัจจัยในการเดินไปซื้อสินค้าในไฮเปอร์มาร์เก็ตอันดับแรกคือ ราคาที่ถูก และสินค้าที่ใกล้บ้าน

 

“จริงๆ แล้วจากเซอร์เวย์ที่เราทำพบว่า ราคาสินค้าของเราถูกกว่าทุกคนในตลาด แต่ที่ผ่านมาเราไม่ได้สื่อสารให้ลูกค้ารับรู้ถึงเรื่องนี้มากนัก การออกมาทำแคมเปญโปรโมตจะทำให้ลูกค้ารับรู้เรื่องนี้มากขึ้น” ปฐพงศ์ เอี่ยมสุโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี  กล่าว

 

นอกเหนือจากในประเทศแล้ว ทิศทางของ Big C จะมุ่งไปที่ต่างประเทศด้วย โดยจะเน้นไปที่ 3 ประเทศหลักได้แก่ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม

 

สำหรับที่ลาวนั้นได้บุกไปแล้วในรูปแบบของ Mini Big C ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 45 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในเวียงจันทน์และเป็นแฟรนไชส์ ในปีหน้า Big C จะเริ่มศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะเปิดสาขาขนาดใหญ่ ส่วนกัมพูชาปัจจุบันมีสาขาขนาดกลางและขนาดใหญ่

 

สุดท้ายเวียดนาม Big C ได้ลงทุนมา 3 ปีแล้ว ปัจจุบันมี MM Mega Market เป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบ Cash & Carry ระดับพรีเมียม ปัจจุบันมีทั้งหมด 19 สาขา โดยทิศทางในเวียดนามนั้นจะเน้นลงทุนสาขาขนาดใหญ่และกลาง จะไม่ลงทุนสาขาขนาดเล็ก เพราะค่าเช่าแพงไม่คุ้มที่จะทำ ส่วนการทำตลาดภายใต้แบรนด์ Big C นั้นต้องรอให้ทางกลุ่มเซ็นทรัลหมดสัญญาก่อน ซึ่งเหลืออีกประมาณ 3 ปีกว่าๆ 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories