×

‘บ้านปู’ รุกคืบพลังงานสะอาด ตั้งเป้า 5 ปี สัดส่วนกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นแตะ 50%

24.11.2020
  • LOADING...
บ้านปู

บมจ.บ้านปู (BANPU) ผู้ให้บริการด้านพลังงานจากโรงไฟฟ้าและถ่านหินเป็นหลัก ประกาศเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) จะขยับเข้าสู่พลังงานสะอาด (Green Energy) และพลังงานทดแทน (Renewable Energy) มากขึ้น โดยอาศัยการเติบโตจากธุรกิจปัจจุบัน (Organic Growth) และจากการซื้อ/ควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition) และวางเป้าหมายให้บริษัทมีสัดส่วน EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) จากพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50% จากสิ้นปี 2563 ที่น่าจะอยู่ที่ 25% 

 

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู กล่าวว่า บ้านปูใน 5 ปีข้างหน้า จะยังคงเป็นองค์กรที่เน้นการเปลี่ยนผ่าน (Transform) ด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ 5 ปีที่ผ่านมา (2559-2563) โดยจะยังเน้นการเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานที่ Smarter, Greener และเพิ่มความเร็ว (Faster) เข้าไปด้วยในแผน 5 ปีจากนี้ 

 

ในการนี้ บ้านปูจะปรับพอร์ตด้านประเภทพลังงาน โดยจะเน้นพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แหล่งพลังงานดั้งเดิมคือโรงไฟฟ้าถ่านหินก็จะยังมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากความต้องการของกลุ่มลูกค้าในประเทศต่างๆ 

 

โดยเป้าหมายกำลังการผลิตในปี 2568 มีดังนี้ 

  1. กำลังการผลิตพลังงานพื้นฐาน เพิ่มเป็น 4,300 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีอยู่ 2,800 เมกะวัตต์ 
  2. พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด เพิ่มเป็น 1,600 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน ประมาณ 278 เมกะวัตต์

 

“ในการเพิ่มกำลังการผลิต จะมีทั้งการซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ การเข้าลงทุนเป็นพาร์ตเนอร์ ขึ้นอยู่กับโอกาสและการเสริมศักยภาพ (Synergy) ระหว่างกัน จะเห็นได้ว่าบ้านปูจากนี้ไปอาจจะไม่ลงทุนแบบหนัก เช่น ไปซื้อเหมืองหรือไปสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่เราจะมุ่งเน้นลงทุนแบบ Light Asset เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์การใช้พลังงานของทั่วโลก” 

 

ทั้งนี้ บ้านปูจัดสรรเงินลงทุนใน 5 ปีจากนี้ อย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับงบลงทุน 5 ปีที่ผ่านมาที่ใช้งบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนจังหวะการลงทุนนั้น มองว่าน่าจะเริ่มลงทุนในปี 2566 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก 

 

สมฤดี กล่าวเพิ่มว่า การจัดทรัพย์ด้านพลังงานและการลงทุนนี้ จะสะท้อนออกมาเป็นสัดส่วน EBITDA จากพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนให้เพิ่มเป็นมากกว่า 50% ของ EBITDA รวม ภายในปี 2568 ได้ จากสิ้นปี 2563 ที่สัดส่วน EBITDA จากพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนน่าจะอยู่ที่ 25% 

 

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/63 EBITDA จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน แต่ส่วนของกำไรสุทธิ จะขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เนื่องจากบ้านปูมียอดขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นส่วนมาก โดยในงวดไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปัจจุบัน (เดือนพฤศจิกายน) ค่าเงินบาทน่าจะเฉลี่ยประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  

 

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/63 บ้านปูมีรายได้จากการขายรวม 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,739 ล้านบาท) โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 103% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม จากการลดลงของปริมาณขาย และราคาขายเฉลี่ยของถ่านหินและก๊าซธรรมชาติตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทำให้บริษัทมีผลขาดทุน 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

Banpu NEXT’ เรือธงด้านเทคโนโลยี

 

นอกเหนือจากการรุกพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนเพิ่มแล้ว บ้านปูได้นำเทคโนโลยีมาต่อยอดด้านการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยปัจจุบันได้มีโซลูชันต่างๆ ออกมาให้บริการ เช่น บ้านปู เน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (Banpu NEXT e-Ferry) ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย โดยจะให้บริการบริเวณ 6 ท่าเรือในภูเก็ต และ ‘Banpu NEXT EV Car Sharing’ ซึ่งเป็นสถานีบริการ EV Charging ที่ครบครันทั้งจุดรับ-คืนรถ และจุดชาร์จที่ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น 

“การขยายธุรกิจของ Banpu NEXT จะเน้นการเป็นพาร์ตเนอร์กับสตาร์ทอัพ เพื่อพัฒนาโปรเจกต์ร่วมกันมากกว่า โดยเราไม่ได้ขยายไลน์สินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง แต่จะเป็นผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชันต่างๆ ให้ตรงความต้องการของผู้ใช้งาน”

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories