วันนี้ (25 พฤษภาคม) เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ที่ Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union Interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี ฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท
นายกรัฐมนตรียินดีที่บริษัทชั้นนำและผู้นำภาคธุรกิจของฝรั่งเศสจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย โดยโอกาสนี้ยังเป็นจังหวะสำคัญ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการลงทุนในไทย(Moment to Invest in Thailand) รวมทั้งสะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อนักลงทุน มีดังนี้
- เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ (MRO) อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง
- สร้างความมั่นใจว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต
- ไทยเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งโครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งด้านต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ บุคลากรที่มีทักษะสูง พันธมิตรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และการเป็นประตูเชื่อมไปยังตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน รวมถึงตลาดเอเชีย
- การผลักดันความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสู่การเป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป จะยิ่งเปิดโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย ยังเป็นหลักฐานถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานกฎหมายไทยให้เป็นสากลในทุกด้าน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียินดีและพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International ซึ่งมีกำหนดเยือนไทยในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อร่วมติดตามการหารือและความร่วมมือในวันนี้ และร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป
โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ยังให้ความสนใจสอบถามนโยบายและแนวทางสำคัญของรัฐบาล อาทิ การพัฒนาคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมทักษะกำลังคน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการดูแลรักษาโบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรม
สำหรับคณะบุคคลร่วมในการสนทนาระหว่างอาหารเช้า อาทิ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน







