×

แบงก์ชาติ ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อจาก 0.3% สู่ 2.9% กรณีเลวร้าย เงินเฟ้ออาจแตะ 5% เผยธุรกิจกว่า 70% จ่อขึ้นราคาสินค้า จับสัญญาณ ค่าครองชีพพุ่ง

29.04.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงเงินเฟ้อพุ่งและค่าครองชีพสูงขึ้นตามคาดการณ์แบงก์ชาติ

แบงก์ชาติปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้จาก 0.3% สู่ 2.9% เตือนเงินเฟ้ออาจทะลุกรอบเป้าหมายในช่วงสั้นๆ คาดกรณีเลวร้าย เงินเฟ้ออาจแตะ 5% ในปีนี้ เผยผลสำรวจธุรกิจกว่า 70% จ่อขึ้นราคาสินค้า จับสัญญาณ ค่าครองชีพพุ่ง

 

 
 

วันนี้ (29 เมษายน) ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569 โดยระบุว่า แม้กนง.จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี อย่างไรก็ตาม กนง.ยังให้ความสำคัญและห่วงความเสี่ยงด้าน ‘เงินเฟ้อ’ มากที่สุด

 

โดยในกรณีฐาน (Base Case) กนง.ได้ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% จาก 0.3% (ในประมาณการเดิมเมื่อธันวาคมปีก่อน) ตามราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนเป็นสำคัญ และจะอยู่สูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ 3.0% เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570 ภายหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ในปี 2569 ถูกปรับเพิ่มเป็น 1.6% จาก 0.8% ในประมาณการครั้งก่อน

 

โดยในกรณีเลวร้าย (Worse Case) ซึ่งกนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจจะเติบโตไม่ถึง 1% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะไปสู่ระดับ 5% อย่างไรก็ตาม ดร.ดอนชี้ว่า ฉากทัศน์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ ‘ต่ำ’ จึงไม่ได้พิจารณากรณีดังกล่าวมากนัก

 

ผลสำรวจพบธุรกิจ 70% จ่อขึ้นราคา แซงสถิติช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 

นอกจากนี้ ดร.ดอนยังกล่าวว่า ตามผลการสำรวจของ BSI special ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า ภาคธุรกิจประมาณ 70% มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผลสำรวจช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีภาคธุรกิจระบุว่าจะปรับราคาขึ้นเพียง 60% เท่านั้น

 

พร้อมทั้งกล่าวว่า เมื่อมองไปข้างหน้า ยามเกิดสงครามขึ้น ค่าครองชีพก็คาดว่า จะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่รายได้ต่อเดือนจะมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการ

 

ดร.ดอนยังย้ำว่า สาเหตุที่กนง.ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อ เนื่องมาจากธปท. ดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

เลือก ‘มองข้าม’ รอบนี้ ชี้ความเสี่ยง Second Round Effect ยังจำกัด

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ดอนย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่า คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางจะมีปัญหา จึง ‘มองข้าม’ การที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะคาดว่า จะเพิ่มขึ้นชั่วคราว และเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบ

 

ดร.ดอนกล่าวว่า สาเหตุที่สามารถมองข้ามเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานได้นั้น มาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อในฝั่งอุปสงค์เป็นหลัก แต่ไม่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทาน ที่สำคัญกว่านั้น กระบวนการลดลงของภาวะเงินเฟ้อ (Disinflation) ไทยมักเกิดขึ้นเร็ว เพราะอัตราเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานมักอยู่ไม่นาน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย

 

นอกจากนี้ ดร.ดอนระบุอีกว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเจอผลต่อเนื่องของเงินเฟ้อ (Second Round Effect ของเงินเฟ้อ) ‘จำกัด’ โดยยกตัวอย่างช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนว่า เมื่อช็อกที่มาจากอุปทาน (Supply) รอบแรกหมดไปแล้ว ราคาสินค้าและบริการของไทยบางรายการกลับ ‘ปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง’ หรือ ‘ปรับลดลง’ ด้วยซ้ำ

 

เปิดเหตุผลทำไมเลือก ‘คง’ ดอกเบี้ย

 

ดร.ดอนยืนยันว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และสามารถรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้หลายฉากทัศน์ พร้อมทั้งอธิบายว่า การปรับขึ้นและปรับลดดอกเบี้ยล้วนมีต้นทุนและมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจทั้งคู่

 

โดยหากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ยังไม่เห็นสัญญาณเงินเฟ้อคาดการณ์หลุดลอยอย่างชัดเจน จะซ้ำเติมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจและครัวเรือนที่อยู่ระหว่างฟื้นตัว และเปราะบางอยู่เดิม

 

ในทางตรงกันข้าม หากปรับลดดอกเบี้ยภายใต้บริบทปัจจุบันที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และส่งผลต่อเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง ซึ่งจะสร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

 

“ต้องบอกว่า เราปิดประตูอะไรไปไม่ได้ทั้งนั้นนะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นว่าในอนาคตจะมีความเสี่ยงด้านไหนมากกว่ากัน ด้านเงินเฟ้อหรือด้านเศรษฐกิจ แต่ทุกอย่างเรายึดหลัก Data Dependent ต้องติดตามใกล้ชิดว่า จะมีสัญญาณที่ไม่เป็นไปตามคาดหรือไม่ และเราก็ต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสมก็แค่นั้น” ดร.ดอนกล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories