Menu
188860

แปลงผักออร์แกนิก โซลาร์ฟาร์ม เปิดเคล็ดลับดีไซน์ห้องเรียนให้ Productive ของโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep [Advertorial]

10.02.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

7 Mins. Read
  • โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep เป็นโรงเรียนแห่งเดียวในเส้นสุขุมวิทที่ใช้หลักสูตรระบบการเรียนจากประเทศอังกฤษ (English National Curriculum) ตั้งแต่ 3-18 ปี ซึ่งย่างเข้าปีที่ 16 แล้ว โดยปัจจุบันมีนักเรียนและคุณครูที่ประมาณ 1,200 และ 100 คนตามลำดับ
  • ที่โรงเรียนแห่งนี้เชื่อและให้ความสำคัญกับคุณภาพการเรียนการสอน และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เพื่อผลักดันให้เด็กนักเรียนทุกคนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเอง
  • เป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งที่สองของโลก และแห่งเดียวในไทยที่ได้รับการประกาศให้เป็นโรงเรียนอีโคสคูลระดับสูงสุด หรือ Green Flag เนื่องจากให้ความสำคัญกับประเด็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่สอดแทรกผ่านบทเรียนต่างๆ แถมยังมีแปลงผักออร์แกนิกรวมถึงฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์

 

 

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นแปลงผักออร์แกนิก ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องพิมพ์แบบสามมิติ เลาจน์ที่ถูกออกแบบมาให้มีหน้าตาฟังก์ชันการใช้งานแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซ ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยกระจกใส หรือแม้แต่ห้องมืดล้างฟิล์มรวมอยู่ในสถานศึกษา

 

ถ้าจะบอกว่าโรงเรียนนานาชาติ ‘Bangkok Prep’ เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่กระตุ้นให้เราอยากกลับไปเป็นเด็กนักเรียนอีกครั้งก็คงไม่ผิดนัก เพราะเมื่อเยื้องกรายเข้ามายังสถานศึกษาแห่งนี้ เราก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งอาคารและสนามหญ้าขนาดยักษ์ที่ได้รับรองมาตรฐานจาก FIFA

 

 

โรงเรียนนานาชาติ Bangkok International Preparatory & Secondary School (Bangkok Prep) ฝั่ง Secondary Campus ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 77 ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช ในโครงการคอมมูนิตี้ T77 มีทั้งอพาร์ตเมนต์, คอนโดมิเนียม, โครงการทาวน์เฮาส์ และศูนย์การค้า Habito (ฮาบิโตะ) ส่วนฝัง Primary Campus นั้นตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อ ไม่ไกลจากฝั่งมัธยม ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆ

 

พวกเขามีดีกรีเป็นถึงโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งที่สองของโลกที่ได้รับรางวัลโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) ระดับสูงสุด หรือ Green Flag เนื่องจากให้ความสำคัญกับประเด็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก แถมยังดีไซน์ห้องเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แปลกตาต่างจากห้องเรียนทั่วไปที่เราคุ้นเคยพอสมควร

 

 

THE STANDARD เดินทางมาเยือน Bangkok Prep เพื่อพูดคุยกับ พิมภัทร์ ยมนาค ผู้บริหารโรงเรียน เพื่อไขคำตอบของนิยามการเป็นโรงเรียนแบบอีโค หรือเบื้องหลังการออกแบบห้องเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อสนับสนุนเด็กนักเรียนให้บรรลุเป้าหมายและใฝ่รู้ใฝ่เรียน

 

จากโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ สู่โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษที่ครอบคลุมชั้นเรียนทุกช่วงวัย

เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว ภัทราดา ยมนาค และผู้ร่วมก่อตั้งชาวอุรุกวัย Magdalena Urioste ได้ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลขนาดเล็กในชื่อ System’s Little House ที่ซอยทองหล่อ 5 และกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนอนุบาลจะครอบคลุมแค่ 3 ชั้นปีเท่านั้น ทำให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนของ System’s Little House เรียกร้องกันเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า อยากให้ทางโรงเรียนจัดทำแผนกการศึกษาในระดับชั้นประถมต่อ เนื่องจากประทับใจและไว้วางใจในระบบการศึกษาและสิ่งแวดล้อมที่ทางโรงเรียนมอบให้

 

ในที่สุดจึงเกิดเป็นโรงเรียน Bangkok Prep แห่งแรกขึ้นที่ซอยไปดีมาดี ถนนสุขุมวิท 53 ในปี 2003 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว โดยมี ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต เป็นประธานบอร์ดโรงเรียนคนแรก

 

เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนนานาชาติระดับชั้นประถมศึกษาขนาดเล็กที่วันแรกมีนักเรียน 7 คนและครู 7 คน

 

“ในช่วงเริ่มต้น จากเดิมที่เราตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเป็นโรงเรียนนานาชาติขนาดกลางที่ดีที่สุดในประเทศไทย” พิมภัทร์เล่าต่อว่า “ปัจจุบันเป้าหมายได้เปลี่ยนไป เราคาดหวังว่าต่อไปในอนาคตอันใกล้เราจะเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำไม่ใช่แค่ในไทยแต่ในระดับภูมิภาคเลย” Bangkok Prep ถือเป็นโรงเรียนที่ ‘โตเร็วที่สุด’ แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะ ณ วันนี้ เรามีนักเรียน 1,200 คน และคุณครูในโรงเรียนอีกกว่า 100 คน พร้อมวิสัยทัศน์การสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบนานาชาติ (The International Learning Community) รวมถึงผลักดันให้เด็กนักเรียนทุกคนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเอง”

 

ในปี 2016 Bangkok Prep ตัดสินใจขยายอาณาจักรอีกครั้งสำหรับเด็กๆ นักเรียนในระดับไฮสคูลหรือมัธยมศึกษาโดยเฉพาะ โดยเลือกพื้นที่ในโครงการ T77 เป็นที่ตั้ง เพราะมองว่าเป็นทำเลที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง เหมาะสมแก่การทำกิจกรรมต่างๆ ปลอดภัย แถมยังอยู่ในย่านใจกลางเมืองบนถนนเส้นสุขุมวิทที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย

 

อีกจุดแข็งของ Bangkok Prep คือ การที่พวกเขาเป็นโรงเรียนนานาชาติในหลักสูตรระบบการเรียนจากประเทศอังกฤษ (English National Curriculum) ที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากลมานานกว่า 100 ปี และมีการปรับปรุงหลักสูตรบทเรียน และการประเมินต่างๆ ให้สอดรับเข้ากับยุคและสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

 

 

“หลักสูตรเราใช้อิงกับหลักสูตรการเรียนการสอนของประเทศอังกฤษ เช่นเดียวกับทุกโรงในไทยและทั่วโลกที่เป็นโรงเรียนในระบบอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อควบคุมมาตรฐานคุณภาพการเรียนการสอน เราจะต้องส่งผลการเรียนของนักเรียนทุกคนกลับไปที่สหราชอาณาจักร ซึ่งมีหน้าที่เป็นตัวกลางประเมินผลให้กับโรงเรียน

 

“Bangkok Prep ยังผ่านการรับรองคุณภาพโดย 3 องค์กร คือCIS (Council of International Schools), NEASC (New England Association of School and Colleges) ของอเมริกา และ สมศ. (สำนักงานมาตรฐานการศึกษา) ของประเทศไทย โดยขั้นตอนการรับรองคุณภาพครั้งแรกจะมีคณะกรรมการประมาณ 10 กว่าคนเดินทางมาตรวจถึงโรงเรียน แล้วสัมภาษณ์ทั้งบอร์ดบริหารโรงเรียน ครูใหญ่ นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง หลังจากนั้นก็มีแผนติดตามผลทุกๆ 2 ปี เพื่อให้โรงเรียนได้ตื่นตัวและปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอยู่ตลอดเวลา”

 

เธอบอกว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คณะกรรมการโรงเรียน ตลอดจนครูคณาจารย์ภูมิใจมาก คือในรายงานการประเมินครั้งล่าสุดนั้น คณะผู้รับรองคุณภาพได้เขียนในรายงานว่าสิ่งที่พิเศษมากๆ ของโรงเรียน Bangkok Prep คือ คำสามคำที่ใช้อธิบายเด็กนักเรียนของเราว่า ‘Happy, Enthusiastic and Respectful’ และขณะเดียวกันก็กระตือรือร้นขวนขวายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วัน

 

 

เคล็ดลับการออกแบบห้องเรียนและสิ่งแวดล้อมให้ผู้เรียน Productive พร้อมเปิดรับบทเรียนใหม่ๆ

ก่อนที่พิมภัทร์จะเริ่มเล่าเรื่องราวความน่าสนใจของโรงเรียนนานาชาติอายุ 15 ปีบริบูรณ์ทั้งหมด เธอได้ออกปากชวนเราและทีมงานไปเดินเยี่ยมชม Bangkok Prep ในทุกส่วนทุกมุม เพื่อให้ได้เห็นถึงแนวทางการออกแบบห้องเรียนสมัยใหม่ พร้อมเพรียงด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันพวกเขาให้บรรลุศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่ที่สุด

 

 

เราเดินเยี่ยมชมทั้งตัวอาคารกีฬา (อาคาร A) ที่มีโรงยิมในร่มขนาดยักษ์, สระว่ายน้ำ 50 เมตรมาตรฐานระดับโอลิมปิก และมีหน้าผาจำลองสำหรับกีฬาปีนหน้าผา ก่อนจะเดินต่อมายังอาคาร Creative Art Centre (อาคาร B) ที่บรรจุหอประชุมโอ่อ่ากว้างขวางขนาด 400 ที่นั่ง, Black Box Theatre (ห้องเรียนวิชา Drama), Art Studio (สตูดิโอศิลปะ) หรือแม้แต่ห้องเวิร์กช็อปที่มีทั้งเครื่องพิมพ์แบบสามมิติและเครื่องเลเซอร์ คัตติ้ง เพื่อใช้ในวิชางานประดิษฐ์

 

 

ถัดจากนั้นเราเดินต่อกันมายังอาคารเรียน (อาคาร C) ที่เรารู้สึกประทับใจมากๆ จนแอบคิดในใจว่าอยากกลับไปเรียนอีกครั้ง ห้องสมุดที่นี่มีหนังสือหลายเล่มให้เลือกหยิบอ่าน ขณะที่ตัวห้องเรียนเองก็ถูกออกแบบมาให้แตกต่างจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมจัดโต๊ะเรียงแถวหน้ากระดานที่ใครหลายคนน่าจะคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

 

 

ห้องเรียนที่ Bangkok Prep ไม่ได้ถูกจำกัดว่าจะต้องเป็นฟอร์มสี่เหลี่ยมอีกต่อไป โต๊ะที่นั่งภายในห้องสามารถจัดเรียงวางได้เองขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละวิชา เสริมด้วยกระดานไวต์บอร์ดแบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่รองรับการใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การนำกระจกใสมาติดตั้งเป็นผนังห้องช่วยให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่งไม่แออัด

 

“การเรียนสมัยใหม่ค่อนข้างเน้นเรื่องการทำงานร่วมกันและความโปร่งใส การทำงานร่วมกันหมายถึงการสร้างความมีส่วนร่วมในบทเรียนระหว่างครูอาจารย์และนักเรียน การเรียนยุคคริสต์ศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การสื่อสารแบบทางเดียวอีกต่อไป (One way communication) ส่วนห้องเรียนเองก็ต้องเน้นความโปร่งใสเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย หัวหน้าครูที่เดินผ่านไปผ่านมาก็จะได้เฝ้าสังเกตและยกระดับการสอนไปในตัว”

 

 

พิมภัทร์บอกว่า การออกแบบห้องเรียนให้โปร่งใสเป็นไอเดียที่เธอได้จากการไปเยี่ยมชมเทรนด์การออกแบบห้องเรียนสมัยใหม่จากสถานศึกษาชั้นนำหลายๆ แห่งทั้งในอังกฤษ อเมริกา และที่สิงคโปร์ นั่นจึงทำให้เธอเชื่อว่าเด็กจะสนใจบทเรียนหรือไม่ ครูผู้สอนและบทเรียนต่างหากที่มีส่วนสำคัญ ฉะนั้นค่านิยมที่ว่าห้องเรียนกระจกจะทำให้เด็กๆ เสียสมาธิในการเล่าเรียน จึงอาจจะเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ในมุมมองของเธอ

 

“ไม่ใช่ว่าเราไปโรงเรียนแล้วจะต้องอยู่แต่ห้องสี่เหลี่ยมตลอดเวลา การต้องนั่งเรียงแถวหน้ากระดานแล้วนั่งฟังครูทั้งวัน บางครั้งอาจจะทำให้พวกเขาเบื่อจนนำไปสู่การปิดกั้นบทเรียนในที่สุด ถ้าคอนเซปต์การสอนในสมัยใหม่มีเนื้อหาและวิธีการสอนที่ทำให้พวกเขาอยากมีส่วนร่วมกับบทเรียนได้ ตัวเขาเองด้วยซ้ำที่จะปิดกั้นสิ่งเร้าภายนอก

 

 

“ตัวเราเองเติบโตมากับโรงเรียนไทยที่มีแต่อิฐกับปูน ลึกๆ แล้วจะรู้สึกว่าการไปโรงเรียนมันเหน็บหนาวมาก ต่างจาก Bangkok Prep ที่ห้อมล้อมไปด้วยสนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้มันช่วยให้เด็กๆ รู้สึกอบอุ่น อยากมาโรงเรียน ซึ่งทั้งหมดแล้วคุณครู สิ่งแวดล้อม เพื่อน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ล้อกันไปหมดและมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งมีความสุขกับการได้มาเรียน พื้นฐานการสร้างคติแบบ ‘Love of Learning’ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างวินัยการเรียนรู้ และช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในด้านการเรียนได้” เธอปิดท้ายในประเด็นนี้ว่า ครั้งหนึ่งที่มีโอกาสได้เข้าไปสังเกตการณ์คลาสการเรียนของเด็กนักเรียน แล้วพบเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยวันนั้นเด็กๆ ชั้น Year 5 หรือเทียบเท่า ป.4 ได้พรีเซนต์รูปแบบการเรียนการสอนเมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้วในยุคสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร (1837-1901) ที่เชื่อกันว่าพระเจ้าสร้างคนมาไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นทางแก้คือให้คุณครูยืนถือไม้เรียวคอยทำหน้าที่ตำหนิดุว่าตีเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาเติบโตมาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งนี่ถือเป็นความเชื่อในโลกยุคก่อน ซึ่ง Bangkok Prep จะไม่นำมาใช้เด็ดขาด

 

 

Sixth Form Lounge พื้นที่แบบโคเวิร์กกิ้งสเปซที่ช่วยให้เด็กๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศการเรียน และเตรียมพร้อมก่อนเผชิญโลกกว้าง

อีกหนึ่งมุมของโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep ที่เราค่อนข้างสนใจไม่แพ้ห้องเรียนคือ ‘Sixth Form Lounge’ หรือพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้มีฟีเจอร์การใช้งานเหมือนๆ กับโคเวิร์กกิ้งสเปซขนาดย่อม พร้อมให้เด็กๆ นักเรียนใน Year 12 และ 13 ได้ใช้งานภายใต้การดูแลโดยครูและอาจารย์ Year 12 และ 13 คือสองชั้นปีสุดท้ายก่อนจบการศึกษาระดับไฮสคูล)

 

 

“คำว่า Sixth Form ในที่นี้เป็นการเรียกรวม 2 ชั้นเรียนปีสุดท้ายเพื่อเตรียมความพร้อมพวกเขาก่อนออกไปเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริงโดยรูปแบบการเรียนการสอน และตารางเรียนจะช่วยส่งเสริมการสร้างอิสระในการเรียนรู้เพื่อให้เด็กๆ สามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้พร้อมสำหรับชีวิตการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย

 

“ตอนที่เรามาสร้างแคมปัสแห่งที่สอง ตั้งใจไว้ว่าจะให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศส่งเสริมการเรียนรู้ กระตุ้นให้เด็กๆ อยากมาโรงเรียนแล้วมีความสุขกับการเรียน ก็เลยสร้างพื้นที่ที่มีการใช้งานแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซให้กับนักเรียนทุกชั้น รวมถึง Sixth Form Lounge ขึ้นมา โดยในอนาคตเรากำลังวางแผนจะสร้างอาคาร D และพัฒนา Sixth Form Lounge แห่งใหม่ให้มีไอเดียการออกแบบและการใช้งานที่ ‘โดนใจวัยรุ่น’ ที่สุด”

 

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ โดยปกติแล้วโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep จะมียูนิฟอร์มประจำให้กับเด็กๆ ทุกชั้นปีที่แต่งตัวตามกฎระเบียบข้อบังคับ แต่เฉพาะ Sixth Form ใน 2 ชั้นปีสุดท้ายเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถแต่งกายในชุดสุภาพมาโรงเรียนโดยไม่ต้องสวมยูนิฟอร์มได้ (ห้ามแต่งตัวผิดระเบียบแบบ โป๊ หรือไม่ให้เกียรติสถานที่)

 

“สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากการเตรียมความพร้อมเด็กๆ ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ให้เขาเรียนรู้ที่จะแต่งกายสุภาพถูกระเบียบ รับผิดชอบในเครื่องแต่งกายของตัวเอง ไม่ใช่ว่าใส่ยูนิฟอร์มของโรงเรียนจนถึงเกรด 13 แล้ววันรุ่งขึ้นเรียนมหาวิทยาลัยจะแต่งตัวแบบไหนก็ได้ เราต้องเตรียมความพร้อมให้พวกเขามีความรับผิดชอบกับตัวเองต่อสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง รู้จักการแต่งกายที่เหมาะสมตามแต่กาลเทศะและโอกาสต่างๆ”

 

 

ปลูกฝังเด็กนักเรียนให้รักและใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบอีโคสคูล

อย่างที่เราเกริ่นไปในตอนต้นว่า Bangkok Prep เป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอีโคสคูล (Eco-School) ระดับสูงสุด Green Flag ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์จากการที่ผู้บริหาร คณาจารย์ นักเรียนให้ความร่วมมือและเห็นถึงความสำคัญในการมีจิตสำนึกที่ดีต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในทิศทางเดียวกัน

 

ที่โรงเรียนแห่งนี้มีทั้งแปลงผักออร์แกนิกของเราเอง ที่ทางครูจะสอนนักเรียนตั้งแต่กระบวนการศึกษาเรื่องดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนการทำการตลาดและแพ็กเกจจิ้ง และสามารถนำกลับไปให้ที่บ้านได้รับประทานในท้ายสุด

 

 

ขณะที่บนหลังคาของอาคารเรียนแต่ละหลังยังมีแผ่นผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับโรงเรียนสูงสุดถึง 30% ของปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละวัน โดยเมื่อถึงช่วงปิดเทอมก็จะแชร์ไฟฟ้าที่ผลิตได้กลับไปยังอาคารอื่นๆ ในโครงการ T77 ผ่านระบบบล็อกเชน เรียกว่าเป็นการบูรณาการที่นอกจากจะปลูกฝังความรู้เรื่องพลังงานทดแทนให้กับเด็กๆ แล้ว ยังสามารถช่วยชาติประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริงด้วย

 

“เราเริ่มสร้างความตระหนักรู้เรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ผ่านการสอดแทรกประเด็นเหล่านี้เข้าไปในบทเรียนมานานกว่า 3-4 ปีได้แล้ว การเรียนการสอนของนักเรียนทุกชั้นปี เช่น สอนเรื่องการลดการใช้พลาสติก พร้อมถ่ายโอนมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในโรงเรียน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เรารณรงค์ให้งดการใช้แก้วพลาสติกและหลอดพลาสติกโดยเปลี่ยนมาใช้แก้วกระดาษหรือไม่ก็นำกระติกส่วนตัวจากที่บ้านมาใช้ในโรงเรียนกันแทน พร้อมให้ความรู้เรื่องการทิ้งขยะแยกลงถังตามแต่ละชนิดของขยะให้ถูกต้อง

 

“ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ผู้ปกครองของเด็ก 5 ขวบคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังเองว่า พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วลูกเข้ามาถามว่ามีถังขยะแบบรีไซเคิลในโรงแรมไหม กับอีกกรณีที่คุณแม่ของเด็กคนหนึ่งที่เล่าให้ฟังว่า ลูกเข้ามาบอกเธอว่าไม่ควรใช้หลอดพลาสติกแล้ว พร้อมอธิบายร่ายยาวว่าหลอดพลาสติกจะทำให้ระบบนิเวศเสียและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างไร

 

“สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเชื่อว่าความพยายามของโรงเรียนที่อยากจะปลูกฝังเด็กนักเรียนให้พวกเขาสนใจและตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมมันบังเกิดผลจริงๆ”

 

พิมภัทร์ทิ้งท้ายกับเราในประเด็นนี้เพื่อย้ำเตือนให้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep หลายท่านเป็นถึงบุคลากรระดับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ หมายความว่าเมื่อลูกๆ เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมแล้วนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ปกครอง คุณพ่อและคุณแม่ก็จะเห็นถึงความสำคัญในประเด็นเหล่านี้เช่นกันพร้อมนำไปปรับใช้จริงกับองค์กรของตนเอง

 

 

ก่อนจะจบบทสนทนาความยาวกว่า 1 ชั่วโมงที่เปิดโลกเรื่องระบบการเรียนการสอนแบบโรงเรียนนานาชาติ และหลักสูตรการเรียนที่น่าสนใจให้กับเรา เราเอ่ยปากถามพิมภัทร์อย่างตรงไปตรงมาว่า เธอคาดหวังว่าเด็กนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนี้จะต้องเป็นคนเช่นไร

 

‘เก่งและต้องเป็นคนดีด้วย’ คือสองสิ่งที่เราและใครหลายคนน่าจะพอใจกันได้อยู่แล้ว

 

แต่นอกเหนือจากคุณสมบัติ 2 ข้อนี้ เธอหวังว่านักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจาก Bangkok Prep ออกไปจะต้องเป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตในสังคมและโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข เปี่ยมไปด้วยความสามารถรอบด้าน ชอบช่วยเหลือสังคมและสร้างประโยชน์คืนให้กับชุมชนได้ด้วยจิตสาธารณะ

 

เพราะถ้าบ้านเปรียบเสมือนสถานที่พักพิงให้กับเด็กๆ การเลือกโรงเรียนที่ดีสักแห่งก็เปรียบเสมือนสถานที่บ่มเพาะพวกเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย พร้อมจะก้าวออกไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงในอนาคต

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

FYI
  • ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep มีสัดส่วนนักเรียนไทยประมาณ 45% และต่างชาติอยู่ที่ 55% ตามลำดับ หมายความว่าเด็กๆ จะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติอย่างแท้จริง
  • ครูหนึ่งคนจะสามารถดูแลนักเรียนได้ครอบคลุมถึง 10 คน
  • โรงเรียนแห่งนี้ให้ความสำคัญมากกับกระบวนการการว่าจ้างบุคลากรครูมากเป็นพิเศษ ถึงขนาดที่ว่าครูใหญ่ต้องลงทุนบินไปสัมภาษณ์คุณครูแต่ละคน (ที่ได้คัดเลือกมาแล้วจากกองผู้สมัคร 1,500 คน) ด้วยตัวเองที่ประเทศอังกฤษ
  • ภาษาสากลที่ใช้เป็นปกติในโรงเรียนคือภาษาอังกฤษ โดยมีอีก 5 ภาษาทางเลือกให้นักเรียนได้เลือกเรียน ประกอบด้วย ไทย, จีนกลาง, สเปน, ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น
  • เป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งเดียวในถนนเส้นสุขุมวิทที่รองรับหลักสูตรอังกฤษครอบคลุมตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย (3-18 ปี) จนถึงระดับ A Level
  • ใน 2 ชั้นปีสุดท้ายได้นำหลักสูตร EPQ หรือ Extended Project Qualification เข้ามาใช้เพื่อให้เด็กๆ ได้ค้นว่าตนเองสนใจหรือชอบอะไรแล้วทำเป็นโปรเจกต์จบการศึกษา ก่อนจะต่อยอดไปสู่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน
  • การทำกิจกรรมสันทนาการและกีฬาจะถูกแบ่งตาม ‘สีของบ้าน’ คล้ายๆ กับในโรงเรียนสำหรับพ่อมดและแม่มด ‘ฮอกวอตส์’ ในนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยมีการให้คะแนนเพื่อประกาศบ้านผู้ชนะในแต่ละปี
  • มีทีมกีฬาโรงเรียนถึง 12 ทีม แข่งขันในลีกใหญ่ของโรงเรียนอินเตอร์ (BISAC และ FOBISIA) อาทิ ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, ฟุตบอล, เทนนิส, รักบี้, ยิมนาสติก, คริกเก็ต, ปีนหน้าผา, แบดมินตัน, เรือใบ, กอล์ฟ, ซอฟต์บอล
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR