วันนี้ (20 พฤษภาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้วันลงคะแนนเสียงตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
กรณีที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งล่วงหน้า มีผลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. ซึ่งก่อนกำหนดครบวาระจริง 3 วันนั้น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ได้ออกมายืนยันว่า การลาออกดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่กำหนดไว้แต่เดิม
ทาง กกต. ยังคงสามารถบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. พร้อมกันได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ทำให้ไม่จำเป็นต้องแยกจัดคนละวัน ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันการสูญเสียงบประมาณของรัฐเพิ่มเติม โดยในช่วงรอยต่อนี้ ปลัดกรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่รักษาราชการแทน เพื่อให้การบริหารงานของเมืองหลวงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การตัดสินใจลาออกก่อนครบวาระของชัชชาติ มาจากความตั้งใจที่จะแสดงความโปร่งใสทางการเมือง ป้องกันข้อครหาเรื่องการใช้ตำแหน่งหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อความได้เปรียบในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ประกอบกับเหตุผลส่วนตัวที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมงานรับปริญญาของบุตรชาย ซึ่งหากเดินทางไปในขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง จะต้องมีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน อาจดูไม่เหมาะสมในด้านการบริหารราชการ
ดังนั้นไทม์ไลน์การเลือกตั้งจึงยึดตามปฏิทินเดิมทุกประการ โดยมีลำดับขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- 21 พฤษภาคม 2569: ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ทั้ง 50 เขต ครบวาระดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
- 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569: เปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง
- 2 มิถุนายน 2569: ประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- 8 มิถุนายน 2569: ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
- 18 มิถุนายน 2569: วันสุดท้ายในการส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังเจ้าบ้าน และแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- 28 มิถุนายน 2569: วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. (08.00 – 17.00 น.)
- 28 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2569: กรอบเวลาประกาศผลการเลือกตั้งโดย กกต. (ในกรณีที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนทุจริต)
กกต. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการรองรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรล่าสุดพบว่า กรุงเทพมหานครมีประชากรที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในครั้งนี้ถึง 4,507,523 คน พร้อมกันนี้ กกต. ได้ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งจะไม่มีการพิมพ์ QR Code ปรากฏบนบัตร เพื่อรักษามาตรฐานความโปร่งใส และป้องกันปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการนับคะแนน
ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น กกต. ได้เน้นย้ำถึงกฎเหล็กในการหาเสียง โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ซึ่งกฎหมายครอบคลุมไปถึงค่าใช้จ่ายในการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ยูทูบเบอร์ (YouTuber) หรือแม้แต่การได้รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากบุคคลสนิท ก็จะต้องประเมินมูลค่าเพื่อแจ้งบัญชีต่อ กกต. อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ทุกนโยบายที่นำมาใช้รณรงค์หาเสียง จะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กทม. และสามารถดำเนินการได้จริง เพื่อป้องกันการเข้าข่ายหลอกลวงหรือจูงใจประชาชนด้วยนโยบายที่ไม่สามารถปฏิบัติได้


