วันนี้ (11 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถสันดาปเป็นรถโดยสาร EV โดยใช้งบประมาณจากพ.ร.ก. เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ว่า เรื่องนี้ตนได้หารือกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งแต่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียใหม่ๆ ซึ่งในด้านระบบขนส่งโดยสารสาธารณะหลังจากช่วงกลางปี 2570 เราจะได้รับรถ EV ประมาณ 2,320 คัน ตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้
พิพัฒน์กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นรถโดยสารของ ขสมก. จะถูกเปลี่ยนเป็นระบบ EV ทั้งหมด โดยในระยะต่อไปจะมีการเปลี่ยนรถขนส่งโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัดเป็น EV ฉะนั้นหากเป็นไปได้ก็จะของบจาก พ.ร.ก. เงินกู้ มาดำเนินโครงการบ้างได้หรือไม่ ซึ่งจากการหารือกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หากรายละเอียดเข้าเกณฑ์ในการใช้งบประมาณดังกล่าว ก็จะมีการเสนอขอ ส่วนเรื่องตัวเลขงบประมาณขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงในรายละเอียด แต่เชื่อว่าจะเสนอให้ได้โดยเร็วที่สุด คาดว่าน่าจะภายในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมย้ำว่าอะไรที่เป็นเรื่องบริการสาธารณะก็จะมีการเปลี่ยนเป็นระบบ EV โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ


