×

มหากาพย์หุ้น AWC ผ่าน 1 เดือนราคาต่ำกว่า IPO 10.83% หุ้นตัวนี้แพงเกินไปหรือไม่ ยังน่าลงทุนอยู่ไหม

โดย THE STANDARD TEAM
14.11.2019

HIGHLIGHTS

5 MINS. READ
  • เป็นเรื่องสร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้นักลงทุน เมื่อการดิ่งลงของราคาหุ้นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ซึ่งมีเจ้าสัวเจริญเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หลุดราคา IPO 6 บาท หลังหมด Greenshoe Option ล่าสุดต่ำจองแล้ว 0.65 บาท หรือ 10.83 % จากราคา IPO คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (PE) สูงถึง 247.48 เท่า 
  • ราคานี้เกิดขึ้นหลังหมด Greenshoe Option ซึ่งเป็นจิตวิทยาสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่ามีผู้ดูแลราคาหุ้นไม่ให้ต่ำกว่าราคาจองอย่างแน่นอน
  • แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าราคา AWC แพง แต่นักลงทุนก็แห่ซื้อ เพราะเชื่อว่าหุ้นจะไปต่อได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเจ้าสัวเจริญ และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาซึ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงความใหญ่ของหุ้น AWC ที่มูลค่า Market Cap เกือบ 2 แสนล้าน
  • หุ้นตัวนี้ยังมีความหวัง นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มีมุมมองว่า การปรับพอร์ตรอบหน้าในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 หุ้น AWC ยังมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard ซึ่งเป็นดัชนีที่ทำขึ้นมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ในการคัดเลือกหุ้นและผลตอบแทน

สัปดาห์นี้เรื่องที่สร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้กับนักลงทุน คือการดิ่งลงของราคาหุ้นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่ปรับตัวลดลงอย่างหนักจนหลุดจากราคาจองซื้อ IPO 6 บาท (ราคาเสนอขายนักลงทุนทั่วไปครั้งแรก) เป็นครั้งแรกหลังจากหมดโครงการ Greenshoe Option เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

โครงการดังกล่าว เป็นการซื้อเพื่อส่งมอบหุ้น AWC ที่จัดสรรเกินคืนให้กับ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยการ ‘ซื้อคืน’ ต้องทำเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่า 6 บาท ตั้งแต่วันที่หุ้นเข้าซื้อขายจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายนเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลให้ตลอดระยะเวลาที่เข้าโครงการรองเท้าสีเขียว AWC มีตัวช่วยพยุงราคาเอาไว้ 

 

เจ้าสัวเจริญ และ คุณหญิงวรรณา ผู้ถือหุ้นใหญ่ AWC เดินทางมาร่วมพิธีซื้อขายวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

หลังจากหมดรองเท้าสีเขียวพยุงราคาแล้ว วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ไม่มี Greenshoe Option พยุงราคาอีกต่อไป ปรากฏว่า ราคาหุ้น AWC หลุดจอง 6 บาททันที นั่นเป็นเหตุผลสำคัญ และอีกหลายๆ ปัจจัยที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม  

 

นับจากวันที่ 11 พฤศจิกายนถึงล่าสุดวันที่ 13 พฤศจิกายน ราคา AWC ยังต่ำจองมาเรื่อยๆ ซึ่งราคาปิดครั้งสุดท้ายวันที่ 13 พฤศจิกายน ราคาอยู่ที่ 5.35 บาท ต่ำจองแล้ว 0.65 บาท หรือ 10.83 % จากราคา IPO หากคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (PE) สูงถึง 247.48 เท่า เพราะความกลัวระยะสั้นมีมากกว่าความหวังในระยะยาว เนื่องมาจากต้นทุนที่นักลงทุนกอดไว้ในมือนั้น ‘แพงลิบลิ่ว’

 

AWC หุ้นในเครือข่ายเบียร์ช้างของเศรษฐีโลก เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้าซื้อขายมาตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมตามข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยล่าสุด ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2562 หุ้นนี้อยู่ในมือนักลงทุนรายย่อยถึง 16,844 ราย หรือ 25.81% ของหุ้นทั้งหมด

 

อนาคต AWC หุ้นใหญ่ที่ถือหุ้นบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโรงแรมและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ที่มีบริษัทย่อยซึ่งสร้างกำไร 12 บริษัท เป็นที่รู้กันดีว่าราคาหุ้นจองที่แพงถึง 6 บาทหรือสัดส่วนราคาต่อกำไร (PE) สูงถึง 277-286 เท่านั้น แพงกว่าราคาหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ PE เพียง 30-40 เท่า เพราะเป็นการคาดหวังผลตอบแทนที่จะได้ในระยะยาว 2-3 ปี ไม่ใช่ระยะสั้นเพียง 1 เดือน ดังนั้นนักลงทุนต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวานในอนาคต

 

 

ราคาหุ้นลงไม่ใช่เรื่องแปลก

AWC ราคาดิ่งลงต่ำกว่าราคาจองเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาที่เป็นวันแรกสิ้นสุด ‘ระยะปลอดภัย’ หรือวันที่ไม่มี ‘Greenshoe Option’ (การซื้อหุ้นคืนส่วนเกินที่นำมาจัดสรรขายนักลงทุนทั่วไป) จำนวน 1,043 ล้านหุ้นหรือ 27% ของทุนจดทะเบียน ที่ยืมมาจากเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อนำมาพยุงราคาหุ้นกรณีหุ้นราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาจอง

 

แต่ 30 วันทำการที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ผู้ดูแล Greenshoe Option ไม่ได้ซื้อหุ้นคืนเจ้าสัวเจริญ หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก Greenshoe Option เลย เพราะราคาหุ้นระหว่างนั้นไม่ต่ำกว่า 6 บาท Greenshoe Option จึงเป็นจิตวิทยาสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่า มีผู้ดูแลราคาหุ้น ไม่ให้ต่ำกว่าราคาจองอย่างแน่นอน

 

ประกอบกับความใหญ่ของมูลค่าตลาดรวมของ AWC ณ ราคา IPO กว่า 1.92 แสนล้านบาท ทำให้ AWC เลื่อนชั้นเข้าคำนวณดัชนี SET 50 และ SET 100 ของตลาดหลักทรัพย์ทันทีตั้งแต่วันแรกที่หุ้นเข้าเทรด รวมทั้งข่าวการซื้อหุ้นของกองทุนส่วนบุคคลขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ GIC Private Limited เข้าถือหุ้น 7.41% สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนยิ่งขึ้น และบนความคาดหวังที่หุ้นจะเข้าคำนวณดัชนี MSCI ทำให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไร ไล่ราคาไปสูงสุด 6.80 บาท ภายในเวลา 2 สัปดาห์หลังจากเข้าเทรด 

 

 

แม้นักลงทุนจะกลัวเรื่องผู้ถือหุ้นใหญ่ทิ้งหุ้น เหมือนการขายหุ้นให้ GIC Private Limited ของสิงค์โปร์ หลังจากหุ้นเข้าซื้อขายได้ 1 สัปดาห์ ในขณะที่สัดส่วนหุ้นของผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหารไม่ติดระยะเวลาห้ามขาย (Silent Period) และหุ้นไม่ติดโผการคำนวณของดัชนี MSCI Global Standard อย่างที่คาดหวังเมื่อผลประกาศออกมาในวันเดียวกับที่ไม่มี Greenshoe Option ราคาหุ้นจึงหลุด 6 บาทอย่างรวดเร็ว 

 

แม้รู้ว่า ‘เสี่ยง’ แต่เต็มใจลงทุน

แม้ว่าราคา AWC จะเปิดตัวมาแพง แต่นักลงทุนก็แห่ซื้อ เพราะเชื่อว่าหุ้นจะไปต่อด้วยเหตุผลหลายประการ

 

ประการแรก ‘ความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นใหญ่และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา’ โดยเจ้าสัวเจริญ เป็นถึงเศรษฐีระดับโลก ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเบียร์ช้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง เป็นต้น อีกทั้งประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมาก

 

วัลลภา ไตรโสรัส ลูกสาวคนที่สองผู้รั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC ให้สัมภาษณ์ว่า จะนำเงินที่ระดมได้ไปซื้อกิจการธุรกิจโรงแรม 12 แห่ง เป็นโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 4 แห่ง โรงแรมกำลังดำเนินการพัฒนา 6 แห่ง และอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูสที่กำลังพัฒนา 2 แห่ง ที่เหลือจะนำไปชำระเงินกู้และพัฒนาทรัพย์สิน

 

นอกจากนั้น ผลการดำเนินงานในอดีต 3 ปี ย้อนหลังของบริษัทนี้จัดว่าเติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอดคือ 

 

กำไรสุทธิล่าสุด 6 เดือนแรก ปีนี้ 366.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.52% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 

 

ขณะที่กำไรสุทธิปี 2561 เท่ากับ 469.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 747.75% จากปี 2560 

 

และกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 1,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.24% จากปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 2,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2558 อีกทั้งนโยบายจ่ายเงินปันผลก็ไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC

 

ประการที่สอง ‘ความใหญ่ของหุ้น AWC’ ที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงกว่าช่วงเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณ 2 แสนล้านบาท จนถึงขณะนี้ ก็ยังสูงถึง 165,619.95 ล้านบาท กลายเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่เข้าซื้อขายใน SET50 ที่ถูกคาดหวังจะเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard

 

ความใหญ่ของหุ้นนี้ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ลงทุนตามดัชนี (Passive Fund และ Index Fund) รวม 8 แห่ง 17 กองทุน รวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) 90% ของอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับพอร์ตโดยซื้อหุ้นนี้เข้าไปในพอร์ตเพื่อให้หุ้นมีน้ำหนักใกล้เคียง SET50 ตอนนั้นมีการคาดการณ์ด้วยซ้ำว่าหุ้นจะใหญ่ติด 1 ใน 20 อันดับแรกรับประกันราคา 1 เดือน 

 

แม้ว่าวันแรกของการเข้าซื้อขายในตลาดฯ วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ราคาปิดยังยืนเหนือจองได้ที่ 6.05 บาท หลังจากนั้นราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุด 6.80 บาท เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 เนื่องมาจากการซื้อล็อตใหญ่หรือบิ๊กล็อตของ Gic Private Limited สิงคโปร์ จำนวน 7.4191% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ของบริษัท ก่อนที่หุ้นจะถูกเททิ้งในวันต่อมา หลังจากนั้นราคาทรงตัวอยู่ที่ประมาณกว่า 6 บาทมาโดยตลอด

 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมของ AWC ในปี 2562 ว่าจะอยู่ที่ 6.19-6.47 บาทตามผลกำไรสุทธิที่คาดว่าจะทำได้ 1,400 ล้านบาทหรือเติบโต 210% จากปี 2561 อันเนื่องมาจากรายได้ประจำที่มีอยู่ ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาที่เหมาะสม 6.05-6.55 บาท บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาที่เหมาะสม 6-7.15 บาท บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้ราคาที่เหมาะสม 5.93-6.56 บาท

 

 

หมด ‘Greenshoe Option’ พร้อมกับหลุดโผ MSCI

ท่ามกลางกระแสหวาดหวั่นว่าจะมีการทิ้งหุ้นล็อตใหญ่ออกมาเพราะไม่มีระยะเวลาการห้ามซื้อขายสำหรับผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร แต่หากปัจจัยพื้นฐานของหุ้นนี้แกร่งจริงดังที่โบรกเกอร์คาดความหวังของนักลงทุนที่ติดดอยก็ยังคงหลงเหลืออยู่

 

AWC แจ้งผลการดำเนินไตรมาส 3 ปี 2562 และ 9 เดือนแรก ปีนี้ออกมายังมีกำไรก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายังห่างไกลจากประมาณการกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท ตามที่นักวิเคราะห์บางแห่งคาดหมาย โดยไตรมาส 3 ปี 2562 AWC มีกำไรสุทธิ 205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 610 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ดร.กานต์ ปฏิเวธวรรณกิจ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน AWC ชี้แจงว่า การที่กำไรในงวดดังกล่าวเติบโตมาก เป็นเพราะธุรกิจโรงแรมมีผลการดำเนินงานที่ดี แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากฤดูกาลท่องเที่ยว และการแข่งขันด้านราคาในประเทศ ไทย แต่ศักยภาพสินทรัพย์ของบริษัทมีการเติบโต จากการพัฒนาแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการโดยเฉพาะโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ที่เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดที่ทั้งกำไรและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น

 

นอกจากนั้น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ยังมีรายได้จากโครงการเกทเวย์ แอท บางซื่อ และลาซาล อเวนิว และอาคารสำนักงานเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ที่ส่งผลดีต่อกำไร ในขณะที่ต้นทุนดำเนินการลดลง 37.2% โดยยังไม่รวมการเพิ่มทุน ขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)

 

 

สำหรับการเข้า MSCI นั้น นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มีมุมมองว่า การปรับพอร์ตรอบหน้าในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 หุ้น AWC ยังมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard ซึ่งนี่เป็นดัชนีอ้างอิงของบริษัท Morgan Stanley Capital International (MSCI) ซึ่งเป็นบริษัททำดัชนีราคาหุ้นชั้นนำของโลก ทำขึ้นมาเพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ในการคัดเลือกหุ้นและผลตอบแทน

 

เมื่อความเชื่อมั่นหลักยังอยู่ ความกลัวเรื่องการเทขายหุ้นล็อตใหญ่อาจบรรเทาเบาบางลงไปได้ กรณีเลวร้ายที่สุด หากผลการดำเนินงานไม่เป็นดังที่คาด ก็คือคิดเสียว่าลงทุนระยะยาว 2-3 ปี 

 

อย่างไรเสียหุ้นนี้ก็คงเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานอย่างแน่นอน เพียงแต่ผลงานไม่ติดจรวดทันใจนักลงทุนเท่านั้นเอง

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง: รวบรวมข้อมูลจากนักวิเคราะห์ในตลาดหุ้น

FYI

วิเคราะห์โอกาส และความเสี่ยง ของ AWC

โอกาส

1. ผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่โบรกเกอร์คาด

2. เข้าคำนวณ MSCI Global Standard ปี 2563

3. ผู้มีส่วนร่วมบริหารยืนยันไม่ขาย

 

ความเสี่ยง

1. ผลดำเนินงานไม่เป็นไปตามคาด

2. หลุดโผดัชนี MSCI Global Standard อีกรอบ

3. กลัวหุ้นถูกเทขายล็อตใหญ่จากผู้มีส่วนร่วมบริหาร


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories