×

เปิดข้อมูลทำไมชาติยุโรปไม่แนะนำกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปีฉีดวัคซีน AstraZeneca หลัง ส.ส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามในสภา

โดย THE STANDARD TEAM
18.02.2021
เปิดข้อมูลทำไมชาติยุโรปไม่แนะนำกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปีฉีดวัคซีน AstraZeneca หลัง ส.ส. ฝ่ายค้านตั้งคำถามในสภา

จากกรณี วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็นบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด พร้อมชี้ถึงข้อกังวลที่หลายชาติยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และสวีเดน ประกาศไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca แก่ประชาชนในกลุ่มอายุเกิน 65 ปี ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จองซื้อวัคซีนจาก AstraZeneca ถึง 26 ล้านโดส

 

สาเหตุและข้อเท็จจริงที่ชาติยุโรปเหล่านี้ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน AstraZeneca แก่ประชาชนอายุเกิน 65 ปีคืออะไร และเราเชื่อถือข้อแนะนำนี้ได้มากแค่ไหน?


ใครเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ?

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงความเคลือบแคลงหลังองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicines Agency: EMA) อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพัฒนาร่วมกับ AstraZeneca แก่ประชาชนใน EU ทุกกลุ่มอายุ เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา โดยมาครงระบุถึงผลทดลองขั้นต้นของวัคซีนจาก AstraZeneca และกล่าวว่ามันเป็นวัคซีน ‘กึ่งไร้ประสิทธิภาพ (quasi-ineffective)’ ทำให้เขาไม่สนับสนุนการฉีดวัคซีนตัวนี้ให้แก่ประชาชนกลุ่มอายุ 60-65 ปี

 

หลังการแสดงท่าทีของมาครง หน่วยงานสาธารณสุขฝรั่งเศสได้ประกาศข้อแนะนำอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่าไม่ควรฉีดวัคซีนของ AstraZeneca แก่ประชาชนที่มีอายุเกิน 65 ปี โดยระบุเหตุผลว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะฉีดวัคซีนชนิดนี้ให้กลุ่มผู้สูงอายุ

 

ขณะที่หลายชาติยุโรป อาทิ เยอรมนี ออสเตรีย สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน และโปแลนด์ ก็เดินตามแนวทางของฝรั่งเศส ด้วยการประกาศแนะนำให้ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca แก่ประชาชนที่อายุต่ำกว่า 65 ปี ส่วนอิตาลีและเบลเยียมแนะนำสำหรับประชาชนที่อายุต่ำกว่า 55 ปี

 

นอกจากนี้สวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม EU ก็ตัดสินใจไม่อนุมัติการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนในทุกกลุ่มอายุ โดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านวัคซีนและยาของสวิตเซอร์แลนด์ชี้ว่ายังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพของวัคซีนที่มากพอสำหรับการตัดสินใจ

 

อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรในฐานะประเทศผู้พัฒนาวัคซีนของ AstraZeneca และบางประเทศ เช่น อินเดีย เม็กซิโก และอาร์เจนตินา ได้อนุมัติการใช้งานวัคซีนของ AstraZeneca สำหรับใช้แก่ประชาชนในทุกกลุ่มอายุ โดยเชื่อมั่นว่าวัคซีนตัวนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากพอ

 

“หลักฐาน ณ ปัจจุบันไม่ได้บ่งชี้ถึงข้อบกพร่องใดๆ ในการป้องกันเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มประชาชนอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนของ AstraZeneca ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่าวัคซีนนั้นก่อให้เกิดการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ดีในกลุ่มผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และมันมีความปลอดภัย” ดร.จูน เรน ประธานบริหารสำนักงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพในสหราชอาณาจักร (MRHA) ระบุในแถลงการณ์

 

หลักฐานจากผลทดลองวัคซีนแสดงให้เห็นอะไรบ้าง?

แน่นอนที่สุดว่าการตัดสินใจอนุมัติใช้งานวัคซีนของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากข้อมูลการทดลองวัคซีนที่มีอยู่

 

ซึ่งในการทดลองทางคลินิก (Clinical Trial) หรือการทดลองในคนนั้น ผู้พัฒนาจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนหลายพันคนที่มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มช่วงอายุ ชาติพันธุ์ และภาวะสุขภาพ ขณะที่บางส่วนจะได้รับวัคซีนหลอก (Placebo) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ

 

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์จะรอจนกลุ่มผู้เข้าร่วมทดลองรับวัคซีนติดเชื้อ และดูว่าคนกลุ่มไหนบ้างที่ติดเชื้อ ซึ่งหากส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนหลอกก็หมายความว่าวัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพ

 

แต่ประเด็นที่เกิดขึ้น หลายประเทศใน EU ซึ่งได้ดำเนินการตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับดูแลวัคซีน มองว่าข้อมูลที่ได้จากการทดลองวัคซีนของ AstraZeneca ในกลุ่มประชาชนอายุเกิน 65 ปีนั้นยังไม่มากพอที่จะสรุปประสิทธิภาพของวัคซีนได้ เนื่องจากมีผู้ร่วมทดลองติดเชื้อเพียง 2 คนจากทั้งหมด 660 คน

 

ซึ่งหากเทียบกับบริษัทผู้พัฒนาวัคซีนแถวหน้ารายอื่น เช่น Pfizer จะมีการทดลองในกลุ่มผู้อายุเกิน 65 ปีมากกว่านี้ ทำให้ได้ข้อมูลที่เชื่อมั่นได้มากกว่า โดยสำนักงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพในสหราชอาณาจักรชี้ว่าจำนวนผู้สูงอายุที่ร่วมการทดลองวัคซีนและติดเชื้อโควิด-19 นั้นน้อยเกินกว่าที่จะสรุปประสิทธิภาพของวัคซีนได้

 

ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ทำให้ฝรั่งเศส เยอรมนี และหลายประเทศใน EU ตัดสินใจไม่อนุมัติการฉีดวัคซีนของ AstraZeneca แก่ผู้สูงอายุ

 

“การประเมินของพวกเขาคือประสิทธิภาพของวัคซีนยังไม่แสดงให้เห็นในกลุ่มผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป พวกเขาไม่ได้กล่าวว่าวัคซีนนั้นไม่ได้ผลสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี” จิม ไนสมิท ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาโครงสร้างจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวพร้อมชี้ว่า ประเทศในกลุ่ม EU เหล่านี้กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งควรจะทราบได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

สำหรับสหราชอาณาจักรและประเทศที่มั่นใจว่าวัคซีนของ AstraZeneca มีประสิทธิภาพต่อประชาชนอายุเกิน 65 ปีนั้นยังดูข้อมูลในส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย

ตัวอย่างเช่น ในช่วงต้นของการทดลองทางคลินิกพบว่าวัคซีนของ AstraZeneca แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในกลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุใกล้เคียงกับกลุ่มที่อายุน้อย

ขณะที่ผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 หลายราย รวมถึงมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและ AstraZeneca ยังคงทำการทดลองวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทีมวิจัยวัคซีนของ AstraZeneca เปิดเผยว่า ผลทดลองในกลุ่มอาสาสมัครที่อายุเกิน 55 ปีกว่า 2,000 คนภายในสหราชอาณาจักรจะทราบผลได้ในเร็วๆ นี้ และอีกการทดลองในสหรัฐฯ ซึ่งทำการทดลองในกลุ่มผู้สูงอายุก็ใกล้จะทราบข้อมูลแล้วเช่นกัน

WHO มั่นใจฉีดให้กลุ่มอายุเกิน 65 ปีได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางกลุ่มที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (Strategic Advisory Group of Experts on Immunization: SAGE) ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศแนะนำให้ใช้งานวัคซีนจาก AstraZeneca แก่ประชาชนในกลุ่มอายุ 65 ปีหรือมากกว่าได้ โดยอ้างอิงจากการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวัคซีนจาก AstraZeneca ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ต่างจากกลุ่มคนอายุน้อย

 

“เมื่อพิจารณาจากหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ WHO แนะนำให้ใช้วัคซีน (ของ AstraZeneca) สำหรับผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป” ประกาศจากกลุ่ม SAGE ระบุ

 

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของ WHO ยังชี้ว่า วัคซีนจาก AstraZeneca สามารถใช้ได้ในสถานที่ที่พบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ แม้ผลการศึกษาเมื่อไม่นานนี้จะบ่งชี้ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการต้านทานเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ที่พบในแอฟริกาใต้ได้น้อยกว่าก็ตาม

 

และนี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่เรารู้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน โดยหลายประเทศใน EU กำลังรอผลการทดลองในกลุ่มผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปีขึ้นไป) เพิ่มเติม ก่อนจะมั่นใจได้ว่าวัคซีนของ AstraZeneca มีประสิทธิภาพต่อกลุ่มคนเหล่านี้จริงหรือไม่

 

ภาพ: STR / NurPhoto via Getty Images และ THE STANDARD

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories