×

AOT – 1QFY67 ต่ำกว่าคาด แต่แนวโน้มกำไรยังเป็นขาขึ้น

14.02.2024
AOT

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) รายงานกำไรสุทธิ 4.6 พันล้านบาท ใน 1QFY67 (ตุลาคม-ธันวาคม 2566) เพิ่มขึ้นอย่างมากจากกำไรสุทธิ 343 ล้านบาท ใน 1QFY66 และเพิ่มขึ้น 33%QoQ โดยได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวไทยที่ปรับตัวดีขึ้น และจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิออกมาต่ำกว่าคาด โดยมีสาเหตุมาจากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น

 

สำหรับรายการที่สำคัญใน 1QFY67 มีดังนี้

 

  1. ใน 1QFY67 AOT รายงานจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งหมด 28.9 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 25%YoY และเพิ่มขึ้น 13%QoQ, 81% ของระดับก่อนเกิดโควิด) ซึ่งประกอบด้วยผู้โดยสารระหว่างประเทศ 16.9 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 54%YoY และ 13%QoQ, 83% ของระดับก่อนเกิดโควิด) และผู้โดยสารภายในประเทศ 12.0 ล้านคน (ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 12%QoQ, 79% ของระดับก่อนเกิดโควิด) 

 

  1. รายได้ค่าบริการผู้โดยสาร (35% ของรายได้) เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 52%YoY และเพิ่มขึ้น 13%QoQ สู่ 5.5 พันล้านบาท สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (35% ของรายได้) อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 140%YoY หลังจากบริษัทกลับมาเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 แต่ลดลง 2%QoQ จากฐานที่สูงมากเป็นพิเศษใน 4QFY66 (จากการปรับปรุงรายการในช่วงสิ้นปีบัญชี) หากตัดรายการดังกล่าวออกไป พบว่ารายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์เติบโตได้ 5%QoQ

 

  1. อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 45.6% ใน 1QFY67 เพิ่มขึ้นจาก 21.4% ใน 1QFY66 และ 39.5% ใน 4QFY66 แต่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และค่าเสื่อมราคาที่เกี่ยวข้องกับการขยายอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ที่สูงขึ้น

 

กระทบอย่างไร:

หลังรายงานผลประกอบการ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ราคาหุ้น AOT ปรับลดลง 3.07% สู่ระดับ 63.25 บาท ขณะที่ SET Index ปรับขึ้น 0.17% สู่ระดับ 1,391.73 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการ FY2567:

InnovestX Research ปรับประมาณการกำไรของ AOT ลดลง 9% ในปี FY2567 และ 7% ในปี FY2568 เพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แต่ยังคงมุมมองที่ว่ากำไรของ AOT กำลังจะกลับคืนสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยกำไรปกติจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดสู่ 2.3 หมื่นล้านบาท ในปี FY2567 อ้างอิงจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ 75.6 ล้านคน ส่วน 2QFY67 (มกราคม-มีนาคม 2567) กำไรยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ากำไรปกติจะเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย: จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT เพิ่มขึ้นสู่ 82% และ 85% ของระดับก่อนเกิดโควิด ในเดือนมกราคม และ 1-10 กุมภาพันธ์

 

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น AOT ที่ปรับตัวลดลง มองว่าเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้น เนื่องจากมองว่ากำไรของ AOT กำลังจะกลับคืนสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยกำไรปกติจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดในปี FY2567 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย 

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังคงคำแนะนำ Tactical Call ระยะ 3 เดือนที่ Outperform สำหรับ AOT โดยปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 อ้างอิงวิธี DCF ใหม่เป็น 80 บาทต่อหุ้น (ลดลงจาก 84 บาทต่อหุ้น หลังจากปรับประมาณการกำไร)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะทำให้ความต้องการเดินทางลดลง ส่วนความเสี่ยงประเด็นสำคัญด้าน ESG คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (E) และประเด็นด้านสังคม เช่น ความปลอดภัย (S)


READ MORE




Latest Stories