×

นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานรับมือภัยไซเบอร์ลามเอเชีย เตือนเอกชนต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ย้ำชุมนุมได้ตามสิทธิ พร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง ขออย่าพกอาวุธปืน

โดย THE STANDARD TEAM
08.11.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) เวลา 18.00 น. ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เริ่มลุกลามเข้าสู่ประเทศในแถบเอเชีย และมาตรการรับมือของประเทศไทยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จำเป็นต้องมีมาตรการรับมือเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์เริ่มขยายวงกว้างในภูมิภาคเอเชีย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม รวมถึงบริษัทเอกชนและห้างร้านต่างๆ ที่ต้องมีมาตรการและแนวทางป้องกันภัยคุกคาม เนื่องจากเป็นภัยที่เกิดจากเทคโนโลยี

 

“เราต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการเรียกเข้าพบ แต่เป็นการนัดหมายเพื่อหารือ เนื่องจากวันที่ 6-7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างมีภารกิจ และตลอดสัปดาห์มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นหลายเรื่อง จึงนัดผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามสถานการณ์และแผนดำเนินการ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อเห็นสื่อรายงานว่าเรียก ผบ.ตร. เข้าพบ ก็รู้สึกตกใจ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดนั้น เพียงแต่วันนี้ทุกฝ่ายเสร็จสิ้นภารกิจหลังเที่ยง จึงนัดหารือกันโดยไม่ต้องรอถึงวันจันทร์ และไม่มีเรื่องพิเศษแต่อย่างใด

 

สำหรับประเด็นที่หารือ ได้แก่ กรณีสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รื้อถอนโรงแรมบริเวณหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต เพื่อยึดคืนพื้นที่ให้ประชาชน ซึ่งต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงคดีเกี่ยวกับมูลนิธิ สแกมเมอร์ และกรณีแฮ็กเกอร์ในยุโรป ตลอดจนการอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความละมุนละม่อมในการดูแลผู้ชุมนุม อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และดูแลให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือความไม่สะดวกแก่ผู้ชุมนุม

 

เมื่อถามถึงกรณีมีคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่า ไม่เคยมีคำสั่งห้ามเข้า โดยทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากสถานที่ราชการทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล ศาลากลางจังหวัด หรือกระทรวงต่างๆ ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองเพื่อป้องกันความเสียหายและเหตุรุนแรง

 

ส่วนกรณีผู้ชุมนุมอาจปักหลักค้างคืน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสิทธิ โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน หากเรื่องใดสามารถดำเนินการได้ก็จะเร่งดำเนินการ แต่หากข้อเรียกร้องใดไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะชี้แจงเหตุผลและพยายามหาทางออกให้ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด

 

“เราไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น รัฐบาลมองประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้ลดราคาน้ำมันดีเซลลง 10 บาทต่อลิตร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล

 

ส่วนกรณีจะเดินทางไปรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตัวเองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีการกำหนดว่าจะไปหรือไม่ไป หากมีเหตุผลและความจำเป็นก็พร้อมพบประชาชน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมหรือประชาชนทั่วไป ทุกคนล้วนเป็นประชาชนที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

 

“ไม่มีคำว่าจะไปเองหรือไม่ไปเอง ถ้ามีเหตุมีผล ผมก็ไม่มีปัญหาที่จะพบกับประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าท่านจะมาเป็นผู้ชุมนุมหรือประชาชนอะไรก็แล้วแต่ เพราะท่านคือประชาชนที่ผมต้องรับผิดชอบ ถ้ามีความจำเป็นต้องไปพบก็ไปพบ ไม่มีปัญหา” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

เมื่อถามว่าหากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก จะส่งผลกระทบต่อการเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้มก่อนตอบว่า “อย่าเปรียบเทียบ ไม่เอา”

 

ส่วนการประเมินสถานการณ์ว่าการชุมนุมจะขยายวงกว้างหรือบานปลายหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะทุกคนมาชุมนุมด้วยความสงบ และการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงไม่ได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุม แต่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกและรับฟังข้อเรียกร้อง

 

ทั้งนี้ แม้ไม่ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากติดภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ยังมีความเป็นห่วงประชาชน โดยยืนยันว่าตราบใดที่ผู้ชุมนุมใช้สิทธิภายใต้กรอบกฎหมาย รัฐบาลก็พร้อมอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกำชับว่าการชุมนุมต้องเป็นไปอย่างสงบและสันติ โดยเฉพาะการห้ามพกพาอาวุธปืนเข้าพื้นที่ชุมนุม หากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

“ขออย่าพกพาอาวุธปืน ไม่เอานะ ไปค้นตัวแล้วไปเจออาวุธปืนอะไรแบบนี้ไม่ได้ ต้องมาชุมนุมอย่างสงบและสันติ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายถึงภารกิจในสัปดาห์หน้าว่า มีกำหนดต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีนที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ก่อนเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ และการประชุมเอเปกที่ประเทศจีน โดยยอมรับว่าสัปดาห์หน้ามีภารกิจและกิจกรรมต่างๆ จำนวนมาก


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories