วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า ทุกกระทรวงเตรียมพร้อมชี้แจงและทำงานเป็นทีมเวิร์กเนื่องจากรัฐบาลประกอบด้วยสองพรรคการเมือง ทำให้การประสานงานไม่ยาก
อนุทินยอมรับว่า กระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีตนเองต้องทำการบ้านเยอะเป็นพิเศษ และรัฐมนตรีทั้ง 18 คนพร้อมชี้แจงข้อสงสัย ส่วนตัวมีความมั่นใจภายใน แต่ไม่ขอพูดว่ามั่นใจมาก และแม้ปัจจุบันจะมีเสียงสนับสนุนในสภาเกือบ 300 เสียง แต่การโหวตเป็นเอกสิทธิ์ และที่ผ่านมาตนก็นั่งลุ้นคะแนนทุกครั้ง ไม่ได้บริหารประเทศโดยอ้างแค่เสียงข้างมาก แต่ต้องมั่นใจในข้อมูลที่ตอบข้อซักถาม
ส่วนกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล หรือยุบรวมกับพรรคภูมิใจไทยหลังการอภิปราย อนุทินระบุว่า เรื่องยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่มีความหมายอะไร ให้รอหลังซักฟอก ชี้แจง และลงมติเสร็จก่อน ส่วนการเสนอกรอบวันอภิปรายวันที่ 27-29 ตุลาคม และลงมติวันที่ 30 ตุลาคมนั้น เพื่อให้รัฐมนตรีรับฟังการอภิปรายได้เต็มที่ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรตักเตือน จึงต้องขออภัยที่อาจใช้คำพูดผิด โดยยืนยันว่าเป็นเพียงข้อเสนอของรัฐบาล ซึ่งสุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับการหารือของวิป 3 ฝ่ายและประธานสภาฯ
สำหรับภาพการไปรับประทานอาหารร่วมกับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม อนุทินกล่าวว่า คบหากันเป็นเพื่อนตั้งแต่ ร.อ. ธรรมนัสยังเป็นผู้กอง เที่ยวเตร่และพึ่งพากันมาตลอด แต่เรื่องการเมืองกับมิตรภาพต้องแยกออกจากกัน เรื่องประเทศชาติก็เป็นเรื่องประเทศชาติ
อนุทินยังปฏิเสธตอบเรื่องการปรับ ครม. รวมถึงข่าวการยกกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงริมน้ำ ให้พรรคกล้าธรรม และบทบาทของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยกล่าวย้ำว่า อย่าเพิ่งสมมติอะไรทั้งสิ้น ขอให้รอ และยืนยันว่ารัฐบาลยังคงทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป หรือใครจะมา


