×

อนุชา ควง อภิสิทธิ์ หาเสียงสวนหลวง ดันจัดการคนจรจัด-น้ำท่วมตรวจสอบได้ ขอพาคนรักประชาธิปัตย์กลับมา

โดย THE STANDARD TEAM
01.06.2026
  • LOADING...
อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง

วันนี้ (1 มิถุนายน) เวลา 07.00 น. ที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค และ ธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน

ดูภาพข่าว ▼ 

พร้อมสอบถามความเป็นอยู่ของพ่อค้าแม่ค้า และขอคะแนนเสียงเบอร์ 5 ทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก.

 

จากนั้น อนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งในนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ คือเรื่องความสะอาด เพราะเมื่อมาหาเสียงที่ตลาด ผู้ค้าให้ความสำคัญกับเรื่องสุขลักษณะของสถานที่ ต้องการให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยได้รับความสะดวกสบาย พื้นที่ไม่ควรมีน้ำขัง ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงการบริหารจัดการห้องน้ำให้สะอาดและน่าใช้ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนที่ได้รับจากการลงพื้นที่

 

อนุชา กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือความกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการคนจรจัดในตลาด เพราะสร้างความรำคาญให้พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชนที่มาซื้อของ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศกิจเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

 

เมื่อถามว่า มีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับการบริหารจัดการคนจรจัด อนุชา กล่าวว่า ต้องมีการพูดคุยและตรวจสอบว่าแต่ละคนมีทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนอยู่ที่ใด โดยเรื่องแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือความปลอดภัย ซึ่งเป็นความกังวลหลัก เพราะคนจรจัดบางส่วนสร้างความรำคาญและความไม่สะดวกในพื้นที่ ทำให้ลูกค้าไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจ หลังจากนั้นจึงพิจารณาเรื่องสวัสดิการและคุณภาพชีวิต ซึ่งแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน ต้องศึกษาเป็นรายกรณีอย่างละเอียด

 

ส่วนปัญหาขยะ กทม. จะมีการจัดการอย่างไร อนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องใหญ่ และนโยบายการกำจัดขยะอย่างถูกต้องเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ ไม่เพียงในระดับ กทม. แต่รวมถึงระดับชาติด้วย นอกจากการจัดเก็บและฝังกลบในพื้นที่ กทม. แล้ว ยังต้องหาพื้นที่กำจัดขยะที่เหมาะสม โดยไม่สร้างผลกระทบให้ประชาชนในต่างจังหวัด

 

ขณะนี้โรงกำจัดขยะที่มีอยู่ ทั้งอ่อนนุชและหนองแขม ต้องพัฒนาให้เป็นระบบปิด 100% ไม่ให้มีกลิ่นรบกวน รวมถึงป้องกันน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลรั่วไหลออกมา ขณะที่การขนส่งขยะ ซึ่งบางครั้งมีน้ำเสียหยดตามริมถนน ก็ต้องปรับปรุงให้เป็นระบบปิดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่กำจัดขยะหรือรถขยะ รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ เช่น การนำขยะมูลฝอยไปผลิตกระแสไฟฟ้า

 

อนุชา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโรงกำจัดขยะ แม้งบประมาณของ กทม. จะมีข้อจำกัด แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนรถขยะก็ต้องพิจารณาเส้นทางและรูปแบบการขนส่งให้มีระยะทางสั้นที่สุด พร้อมเพิ่มบุคลากรในการจัดเก็บ และเพิ่มความถี่ในการเก็บขยะ ไม่ใช่เพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

 

ดังนั้น ต้องช่วยกันแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการรณรงค์แยกขยะ การจัดการขยะพลาสติกและขยะรีไซเคิล รวมถึงการกำหนดวันจัดเก็บที่ชัดเจน และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเห็นภาพร่วมกัน

 

“เราอาจบริหารจัดการได้ไม่ทั้งหมด เพราะแนวนโยบายบางส่วนต้องมาจากภาครัฐส่วนกลางหรือภาคเอกชน แต่สุดท้ายแล้วขยะมูลฝอยต้องได้รับการกำจัดอย่างเหมาะสม ปัญหานี้ไม่มีทางหมดไปโดยสิ้นเชิง เราต้องอยู่กับความเป็นจริงและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนแยกขยะ เพื่อให้เห็นว่าการแยกขยะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สะอาดขึ้นโดยเร็วที่สุด

 

หลายเรื่องสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การบำบัดขยะเพื่อนำไปทำปุ๋ย แต่ต้องมีการวัดค่ามาตรฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ว่าประชาชนยอมรับได้ในระดับใด ไม่ใช่วัดจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้กำหนดมาตรฐานว่า ปริมาณเท่าใดจึงเป็นระดับที่ชุมชนยอมรับได้”

 

เมื่อถามว่า ปัญหาน้ำท่วม กทม. จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร อนุชา กล่าวว่า ตนมีพื้นฐานเป็นวิศวกร จึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน แม้บางโครงการประชาชนอาจมองไม่เห็น แต่การบริหารจัดการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ยักษ์ ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

 

ที่ผ่านมา กทม. มีงบประมาณดำเนินการอยู่แล้ว แต่หากต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องวางแผนให้เป็นระบบ การลอกคลองต้องทำควบคู่กับการบริหารจัดการประตูระบายน้ำ

 

ทั้งนี้ กทม. เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงต้องดำเนินการโดยไม่ฝืนธรรมชาติ นอกจากการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำแล้ว ยังต้องสร้างระบบทางระบายน้ำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำได้รวดเร็วที่สุด จึงให้ความสำคัญกับระบบอุโมงค์ระบายน้ำที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ และชี้แจงให้ประชาชนเห็นว่างบประมาณที่ใช้จะช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งระบบในระยะยาว

 

อนุชา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยอภิสิทธิ์ ได้ให้แนวทางไว้อย่างชัดเจนว่า การใช้งบประมาณทุกอย่างต้องสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง และโครงการใหญ่ ๆ ลักษณะนี้ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดการใช้งบประมาณ ว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบอย่างไร ไม่ใช่เพียงการลอกคลองเท่านั้น

 

เมื่อถามว่า ผลโพลล่าสุดสะท้อนว่าคน กทม. นิยมผู้สมัครอิสระมากกว่าผู้สมัครจากพรรคการเมือง อนุชา กล่าวว่า ผลสำรวจสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสัปดาห์ และขณะนี้ทุกฝ่ายของพรรคกำลังร่วมกันรณรงค์หาเสียง เพราะหลายปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงใน กทม.

 

พรรคประชาธิปัตย์ยังคงลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการใน กทม. หรือในสภาก็ตาม แต่คนของพรรคไม่เคยหายไปไหน

 

“เหลือเวลาอีกกว่า 20 วัน เราจะทำให้คนที่เคยรักพรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรค และกลับมาให้การสนับสนุนอีกครั้ง พร้อมให้เราเป็นตัวแทนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ”

 

จากนั้น อนุชา พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขยะ ที่สำนักงานกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช

 

 

อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง 1อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง 2อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง 3อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง 4อนุชา บูรพชัยศรี และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสวนหลวง 5

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising