วานนี้ (20 สิงหาคม) ในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ของกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการฯ ได้พิจารณางบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประชาสัมพันธ์ สังกัดสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีงบประมาณเสนอขอค่อนข้างสูง ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลายท่านถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และปัญหาการเลือกปฏิบัติในแง่การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารและสภาท้องถิ่น
คณะอนุกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณาร่างงบประมาณและมีมติปรับลดงบประมาณในส่วนของโครงการด้านการประชาสัมพันธ์และบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ลงบางส่วน ประกอบด้วย:
- โครงการประชาสัมพันธ์ตามยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร เสนอขอจำนวน 27 ล้านบาท คณะอนุกรรมการฯ มีมติปรับลด 3 ล้านบาท คงเหลือวงเงินที่ผ่าน 24 ล้านบาท
- โครงการเรื่องเล่าเข้าบ้านย่านเมือง เสนอขอจำนวน 6 ล้านบาท คณะอนุกรรมการฯ มีมติปรับลด 2 ล้านบาท คงเหลือวงเงินที่ผ่าน 4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการอภิปรายสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการเสนอขอ ระงับชั่วคราวเพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างละเอียด โครงการประชาสัมพันธ์หลักทั้ง 3 โครงการ ได้แก่
(1) โครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน วงเงิน 18 ล้านบาท
(2) โครงการประชาสัมพันธ์ตามยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร วงเงิน 27 ล้านบาท และ (3) โครงการเรื่องเล่าบ้านย่านเมือง วงเงิน 6 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานส่งเอกสารผล
นอกจากนี้ ยังได้เสนอความเห็นให้ตัดงบประมาณ โครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร วงเงิน 2 ล้านบาท ออกทั้งหมด เนื่องจากมองว่าวงเงินดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า และอาจนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นที่มีความจำเป็นต่อประชาชนได้ดีกว่า ในขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ ชี้แจงตอบโต้ว่า แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องจัดทำทุก 5 ปีเพื่อให้ล้อไปกับทิศทางใหญ่ของเมือง หากไม่มีแผนนี้การประชาสัมพันธ์จะเดินหน้าอย่างไร้ทิศทาง
ประเด็นงบประมาณค่าเผยแพร่และผลิตกราฟิกของกิจกรรมประชาสัมพันธ์เมืองยั่งยืน ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมาว่า รายการค่าออกแบบและผลิตกราฟิกจำนวน 5 ชิ้น ราคาชิ้นละ 10,000 บาท (รวม 50,000 บาท) เป็นราคาที่สูงเกินจริงในยุคปัจจุบันที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยทุ่นแรง และเกรงว่าหากสำนักอื่นหรือหน่วยงานเขตลอกเลียนแบบเรทราคานี้ งบดีไซน์ของ กทม. จะบานปลายอย่างมาก
รวมถึงได้ถามจี้ถึงรายการค่าเผยแพร่กราฟิกผ่านช่องทาง Facebook 15 ครั้ง ครั้งละ 30,000 บาท (รวม 450,000 บาท) ว่าแตกต่างจากค่าผลิตอย่างไร ทางด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจงว่า อินโฟกราฟิกบางชิ้นมีข้อมูลที่ซับซ้อนทำให้จำเป็นต้องจ้างมืออาชีพออกแบบ ส่วนค่าเผยแพร่ 30,000 บาท เป็นค่าการตลาดหรือค่าโฆษณา (Boost Post) เพื่อยิงสื่อนอกฐานผู้ติดตามปกติเพื่อให้สารเข้าถึงประชาชนกลุ่มใหม่ๆ
ที่ประชุมฯ ยังได้ท้วงติงถึงงบประมาณจ้างเหมาเอกชนทำโครงการใหญ่ 2 โครงการ มูลค่ารวมถึง 45 ล้านบาท โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่มีอัตราบุคลากรสูงถึงร้อยละ 68 จึงไม่พัฒนาศักยภาพเพื่อผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เอง แต่กลับเทงบทั้งหมดให้เอกชนภายนอกไปดำเนินการจัดทำอีเวนต์
อีกหนึ่งประเด็นในการอภิปรายคือเสียงสะท้อนความน้อยใจของ ส.ก. ที่ระบุว่า ฝ่ายข้าราชการประจำและฝ่ายบริหารใช้เงินประชาสัมพันธ์จำนวนมหาศาลเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของฝ่ายบริหารระดับสูงเท่านั้น แต่กลับกีดกัน ส.ก. ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง
โดยมีการเปิดเผยว่า บ่อยครั้งที่ ส.ก. ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนร่วมกับหน่วยงานของเขต เช่น ประชุมงานหรือเหตุอัคคีภัย แต่เมื่อเพจทางการของเขตนำภาพไปรายงานข่าวกระจายข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ กลับทำการตัดชื่อ ส.ก. ออก หรือทำการครอปรูปภาพเพื่อไม่ให้มีภาพ ส.ก. ปรากฏอยู่บนโพสต์ประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้เด็กนักเรียน ข้าราชการระดับปฏิบัติการ หรือประชาชนในชุมชนท้องถิ่นไม่มีใครรู้จัก ส.ก. ในพื้นที่ตัวเองเลย
ที่ประชุมระบุว่า หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ ในการพิจารณางบประมาณครั้งหน้า สภา กทม. จะร่วมใจกันโหวตตัดงบประมาณประชาสัมพันธ์ของทุกเขตและทุกสำนักงานออกทั้งหมดด้านปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ทำการขอโทษคณะกรรมการ และยืนยันว่าจะลงนามออกหนังสือสั่งการแบบกำชับและแจ้งเวียนทางปฏิบัติใหม่ ไปยัง 50 เขตและทุกหน่วยงาน เพื่อให้ความสำคัญในการให้เกียรติและเสนอชื่อของ ส.ก. ในทุกครั้งอย่างทัดเทียมกัน
ในช่วงท้ายของการพิจารณางบประชาสัมพันธ์ ที่ประชุมได้ชี้แนะว่าทีมบริหารของกรุงเทพมหานครชุดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์ สูงและประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเป็นอย่างมาก จึงเห็นควรให้ดึงรูปแบบความคิดสร้างสรรค์เช่นนี้กลับมาใช้ในข้าราชการประจำ และควรพิจารณาตัดแบ่งงบประมาณด้าน PR 45 ล้านบาทดังกล่าวลงไปสนับสนุนให้กับทีมผู้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ของทั้ง 50 เขต (เขตละ 1 ล้านบาท) เพื่อส่งเสริมความสร้างสรรค์ในการมีส่วนร่วมกับชุมชนมากกว่านำมากองรวมเพื่อจ้างเหมาส่วนกลางเพียงจุดเดียว


