×

รัฐบาลแจง ร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าว ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ ย้ำยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ คุมเข้มทุกกิจการสำคัญ

โดย THE STANDARD TEAM
13.05.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการชี้แจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าว

วันนี้ (13 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า รัฐบาลเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสาระสำคัญของร่างอนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้คนต่างด้าวดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการกำกับดูแล แต่เป็นการปรับปรุงประเภทธุรกิจบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง หรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานของรัฐกำกับดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการอนุญาต อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่

 

ทั้งนี้ ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอย่างเคร่งครัด เช่น

 

  • ธุรกิจโทรคมนาคม อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน กสทช.
  • ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  • ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับของหน่วยงานด้านพลังงานอย่างเคร่งครัด

 

รัชดา กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวด้านการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลยกเลิกการกำกับดูแล หรือเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้อย่างเสรีโดยไม่มีเงื่อนไข

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย โดยในกรณีธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ กระทรวงพาณิชย์ได้ตัดออกจากร่างกฎกระทรวงแล้ว ภายหลังมีข้อกังวลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการดูแลศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศ

 

ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขบางประการให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ การลงทุน และโครงสร้างธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มบริการ เทคโนโลยี และธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับเฉพาะทางอยู่แล้ว

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สำคัญ 5 ประการ ได้แก่

 

  • ลดภาระขั้นตอนการขออนุญาตที่ไม่จำเป็น
  • เพิ่มการแข่งขันที่เป็นธรรมและโปร่งใส
  • ดึงดูดเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเข้าสู่ประเทศไทย
  • สนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานบริการและศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค
  • สร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานในภาพรวม

 

“รัฐบาลยืนยันว่า ทุกมาตรการด้านเศรษฐกิจจะต้องเดินควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ผู้ประกอบการไทย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยการปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล ไม่ใช่การปล่อยเสรีโดยไร้การควบคุมตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน” รัชดากล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising