Menu
211043

เติมความหวานอย่างเข้าใจ ด้วยเรื่องลับของ ‘น้ำตาล’ ที่คุณอาจไม่รู้

04.03.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • ทราบหรือไม่ว่าน้ำตาลไม่ได้ให้แต่ความหวาน ทว่า ยังมีประโยชน์ หากบริโภคให้พอเหมาะ
  • น้ำตาลแลคโตสและมอลโตสจะมีความหวานน้อยกว่า เมื่อเทียบกับน้ำตาลทราย และมาพร้อมประโยชน์อื่นๆ

THE STANDARD ได้มีโอกาสสนทนากับ ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อไขข้อข้องใจในทุกเรื่องของน้ำตาล

 

 

น้ำตาลคือวายร้ายสุขภาพจริงหรือ

เมื่อเอ่ยถึงน้ำตาลและความหวาน แน่นอนว่า ‘วายร้ายสุขภาพ’ คือสิ่งที่คนอาจนึกถึง และถึงขั้นที่มีการรณรงค์ให้เด็กไทยหัดลดหวานตั้งแต่วัยเยาว์ จริงอยู่ว่าถ้ากินน้ำตาลมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่า การไม่กินน้ำตาลเลยก็ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายเช่นกัน เพราะน้ำตาลคือหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต และมีหน้าที่หลักในการให้พลังงานแก่ร่างกาย

ร่างกายต้องการน้ำตาลเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ น้ำตาล 1 กรัม ให้พลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า น้ำตาลคือตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่ความจริงแล้วขึ้นอยู่กับการสร้างสมดุลระหว่างพฤติกรรมการกินอาหาร รวมถึงปริมาณที่เหมาะสมกับพลังงานที่เราใช้ในแต่ละวัน สรุปคือน้ำตาลไม่ใช่วายร้ายที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ หากกินในปริมาณที่เหมาะสม

 

น้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

 

 

สำหรับตัวอย่างของน้ำตาลที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนม ให้พลังงานเท่ากับน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลจากผลไม้ แต่ให้ความหวานที่น้อยกว่า หนำซ้ำงานวิจัยยังพบว่า น้ำตาลแลคโตสในนมมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียม สังกะสี ทองแดง และแร่ธาตุอื่นๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในวัยทารกและเด็กเล็ก อีกทั้งยังเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยเพิ่มรสชาติอาหารให้กลมกล่อม เหมือนที่เชฟครัวตะวันตกนิยมใช้นมมาปรุงอาหารอย่างเอร็ดอร่อย อีกตัวอย่างหนึ่งคือ น้ำตาลจากมอลต์ หรือน้ำตาลมอลโตส ก็มีรสหวานน้อยกว่าน้ำตาลทรายเช่นกัน และยังได้ประโยชน์อื่นๆ ที่มาจากมอลต์ด้วย

 

ปริมาณน้ำตาลที่พอเหมาะในแต่ละวัน

โดยปกติเราได้น้ำตาลจากอาหารที่เรากินอยู่แล้ว เพื่อให้เรากินน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะ เราสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลที่เติมเพิ่มในแต่ละวัน ตามข้อแนะนำของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

 

 

อ่านฉลากให้ดี มีประโยชน์

หากเรารู้จักอ่านฉลาก จะสามารถเลือกอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเหมาะสม ไม่มากจนเกินไปได้ โดยปกติบนบรรจุภัณฑ์จะมีปริมาณน้ำตาลระบุอยู่ในตารางข้อมูลโภชนาการอยู่แล้ว เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลพอเหมาะได้ หรือวิธีง่ายๆ อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการลดน้ำตาล ดังนี้

  • น้ำตาลน้อยกว่า (Less / Low Sugar) หมายถึง มีการลดน้ำตาลลงอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์จากสูตรปกติ
  • ไม่มีน้ำตาลที่เติมเพิ่ม หรือไม่มีน้ำตาลทราย (No Added Sugar / Without Added Sugars or No Sucrose) หมายถึง ไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่นๆ เพิ่มลงไปในอาหารและเครื่องดื่มในการผลิตอาหารนั้นๆ แต่อาจมีความหวานที่เกิดจากธรรมชาติของอาหารนั้นๆ เองได้

 

เมื่อมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำตาลแล้ว เราก็จะสามารถเลือกรับประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR