×

บีทีเอสหารือ กทม. นัดแรก มั่นใจผู้ว่าฯ ยื่นเรื่องเข้าสภา จ่ายหนี้ 2 หมื่นล้านบาทได้ต้นเดือน ก.ค. พร้อมขอบคุณที่เข้าใจภาระเอกชน

โดย THE STANDARD TEAM
12.06.2023

วันนี้ (12 มิถุนายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นำโดย คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าสายสีเขียว 

 

มีรายงานว่าสาระสำคัญการหารือวันนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อแนวปฏิบัติว่าจะมีความเป็นไปได้ทางไหนบ้างเกี่ยวกับการใช้หนี้ประมาณหมื่นล้านบาทที่สะสมมาจากการบริหารจัดการเดินรถของบีทีเอส  

 

สำหรับประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทางผู้บริหารกรุงเทพมหานครย้ำชัดเจนก่อนหน้านี้ว่า เรื่องหนี้สินถึงอย่างไรก็ต้องรอให้รัฐบาลตัดสินใจ เพราะคำสั่งเดิมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ยังมีผลบังคับใช้ และ กทม. เคยทำหนังสือสอบถามไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปี 2565 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน 

 

ส่วนอีกประเด็นที่เกี่ยวโยงคือ การต่อสัญญาส่วนต่อขยายที่ 2 เส้นทางช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เป็นการต่อสัญญาที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ผ่านสภา กทม. โดยตอนนี้สภา กทม. ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

 

ภายหลังการหารือร่วมกันครั้งแรกประมาณ 30 นาที ชัชชาติกล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือเรื่องค่าจ้างงานระบบรถไฟฟ้า และเรื่องการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) กทม. เตรียมแผนไว้แล้วมี 2 ขั้นตอน ขณะนี้รอให้สภา กทม. อนุมัติการใช้จ่ายเงินสะสม ซึ่งการเบิกจ่ายต้องนำประเด็นเข้าสภา กทม. พิจารณาและตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ที่ผ่านมาประชุมแล้ว 5 ครั้ง

 

ทุกคนเห็นว่าการดำเนินการติดตั้งแล้ว เหลือเพียงทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนตัวเห็นใจเอกชน เพราะมีภาระหนี้สินจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างมีระเบียบปฏิบัติ มีคณะทำงาน สภา กทม. ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมซึ่งศึกษามาแล้วระยะหนึ่ง และคาดว่าสมัยที่ตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. น่าจะพร้อมที่จะจัดการแล้ว

 

จากนี้ กทม. จะติดตามในส่วนของรัฐบาลประกอบการพิจารณา รวมไปถึงขอการสนับสนุนงบประมาณส่วนโครงสร้างพื้นฐาน 

 

ด้านคีรีกล่าวว่า ขอขอบคุณท่านผู้ว่าฯ กทม. ที่ให้เข้ามาพูดคุยด้วย แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกแต่ก็เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น ขอบคุณที่เข้าใจถึงเอกชนที่มีภาระแบกรับมาตลอด วันนี้เราเข้าใจกันแล้วว่าระบบการเดินรถทั้งหมดเป็นเรื่องที่ติดตั้งเรียบร้อยและได้ใช้ไปแล้ว กทม. ก็ได้เซ็นอนุมัติ ขณะนี้ถึงเวลาที่จะต้องชำระ 

 

ขอบคุณผู้ว่าฯ กทม. ที่พยายามจะนำประเด็นนี้เข้าสภา กทม. เพื่อจะผลักดันเรื่องให้มีการใช้จ่าย ส่วนตัวเข้าใจว่าในต้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการเปิดสภา กทม. และเรื่องนี้ทางผู้บริหาร กทม. จะไปขอให้สภา กทม. เข้าใจและอนุมัติในที่สุด 

 

คีรีกล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าเราจะมีเงินก้อนนี้ที่เป็นส่วน E&M หรือค่างานติดตั้งไฟฟ้าและเครื่องกล เข้ามาในบริษัทได้ ซึ่งถ้าถึงวันนั้นตนเชื่อว่าเงินประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาทจะได้รับการชำระถูกต้อง

 

ในส่วนงบค่าใช้จ่าย O&M หรือค่าเดินรถและซ่อมบำรุงประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ในคำสั่งเดิมของ คสช. ตามมาตรา 44 ตนยอมรับว่าไม่ทราบว่าทาง ครม. รักษาการนี้จะทำอะไรได้บ้าง เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้ผ่านในชุดรัฐบาลที่แล้ว แม้จะมีการนำเรื่องเข้า-ออกการประชุม ครม. ประมาณ 3-4 ครั้ง 

 

ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลที่ผ่านมาอาจจะไม่เข้าใจดีถึงปัญหาดังกล่าว แต่หากรัฐบาลรักษาการจะทำให้เรื่องนี้จบได้ ซึ่งเป็นเงินจำนวนใหญ่สำหรับบริษัทอีกประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ถ้าทำได้ก็ทำ แต่ถ้ารัฐบาลหน้าจะทำก็ได้ 

 

คีรีกล่าวต่อว่า วันนี้ไม่มีอะไรติดใจ แต่มาขอให้ทาง กทม. โดยเฉพาะผู้ว่าฯ ให้เห็นใจ หนี้สินก้อนนี้สิ่งที่เรามีส่วนด้วยวันนี้มันเกิน 5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น E&M คือการติดตั้งระบบ 2 หมื่นล้านบาท อีกส่วนคือ O&M วันนี้ ซึ่งตัวเลขที่พูดคุยเป็นตัวเลขเท็จจริงทั้ง 2 ส่วน วันนี้ผมเชื่อว่าเราได้เข้าใจกันแล้ว ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ได้กรุณาจะเอาเข้าสภาเพื่อเห็นชอบและอนุมัติ พร้อมได้รับการยืนยันว่าจะพยายามทำให้เร็วที่สุด 

 

วันนี้ผมบริหารการเดินรถนี้อย่างสุดความสามารถ จากตัวเลขต่างๆ รางวัลต่างๆ ที่ได้จากทั่วโลก ยืนยันได้ว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจบริการผู้โดยสารอย่างดีที่สุด แต่เวลานี้ซึ่งการเงินที่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นความจริงว่าเงินก้อนมันโตจนบริษัทสภาพไม่คล่อง

 

ชัชชาติกล่าวเสริมว่า การอนุมัติเรื่องสัญญาที่ก่อหนี้ผูกพันต้องมีสภา กทม. เป็นผู้อนุมัติ การเอาเงินคงเหลือของ กทม. มาจ่ายอะไรต้องให้สภา กทม. อนุมัติทุกอย่าง เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจว่าสภา กทม. เองก็มีภารกิจหลายเรื่องนอกจากเรื่องรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกกฎหมายมากมาย ถึงวันนี้การมีคณะกรรมาธิการที่ดำเนินงานมาหลายเดือนก็ทำให้มีความเข้าใจที่มากขึ้น 

 

ในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน ถ้ารัฐบาลสามารถช่วยเหลือ กทม. ได้ก็จะง่ายขึ้น ฉะนั้นแล้วสิ่งที่ต้องพิจารณาขั้นที่ 1 คือจะให้กรุงเทพธนาคม หรือ เคที ตรวจสอบก่อนว่ามีสัญญาผูกพันจำนวนเท่าไร อย่างไร และประเด็นที่สองคือนำเงินสะสม กทม. ออกมาใช้ ซึ่งต้องผ่านกรรมการสภาพิจารณา ทั้งนี้ต้องมีการดูหลายมิติ

 


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising