×

โพลมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะชี้ สื่อมวลชนไทยเลิกสูบได้ แต่เลิกดื่มไม่ได้ ใจไม่แข็งพอ

โดย THE STANDARD TEAM
28.10.2022
มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมโฟกัสกรุ๊ปหัวข้อ ‘สุขภาวะสื่อมวลชนไทยในกระแสความเปลี่ยนแปลง’ 

 

ศรีสุวรรณ ควรขจร กรรมการ สสส. กล่าวถึงการจัดประชุมโฟกัสกรุ๊ปว่า สื่อมวลชนถือเป็นอีกภาคีเครือข่ายที่ สสส. เห็นถึงความสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการให้ความรู้และรณรงค์ประเด็นปัจจัยเสี่ยงสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสื่อมวลชนเป็นอีกกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่และดื่มสุรา 

 

สสส. จึงได้สนับสนุน มสส. ให้ดำเนินงานรณรงค์ลด ละ เลิกบุหรี่ ซึ่งมีสื่อมวลชนเป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ และสะท้อนมุมมองของสื่อมวลชนต่อบทบาทการเป็นผู้ชี้นำสังคมสุขภาวะและร่วมลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ โดยเฉพาะบุหรี่และสุรา พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพของตนเองและครอบครัว  

 

ในอนาคตหากสื่อมวลชนและองค์กรสื่อมวลชนที่มีความสนใจในการดำเนินงาน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและร่วมขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร สามารถประสานงานกับทาง มสส. ในการขอรับการสนับสนุนชุดความรู้และการให้คำแนะนำการจัดกิจกรรมในองค์กรต่อไป

 

การประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ทราบถึงสถานการณ์สุขภาวะของสื่อมวลชนไทย และค้นหาคำตอบในเชิงลึกว่า ผลจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบตามมาอย่างไร? รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็น ‘สุขภาวะสื่อมวลชนไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลง’ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์และร่วมกันหาแนวทางสร้างเสริมสุขภาวะของสื่อมวลชนไทยในระยะต่อไป 

 

อภิวัชร์ เกตุทัต ประธาน มสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาถือว่าได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนเป็นอย่างดี โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การสำรวจสถานการณ์สุขภาพของสื่อมวลชน โดยการจัดส่งแบบสอบถามไปยังกองบรรณาธิการรวม 160 ชุด 

 

ผลการสำรวจพบว่า สุขภาพส่วนใหญ่ 78.4% ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนอีก 21.6% มีโรคประจำตัว โรคที่เป็นมากที่สุดคือภูมิแพ้ รองลงมาคือไวรัสตับอักเสบบี เกาต์ และโรคข้อ ส่วนใหญ่ 74.5% มีการตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนอีก 25.5% ไม่ได้ตรวจ โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเวลาและไม่มีอาการป่วยอะไรจึงไม่ตรวจ  

 

ขณะที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ 66.7% มีการออกกำลังกาย ส่วนอีก 33.3% ไม่ออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่เหมาะสม และขี้เกียจ

 

ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เรื่อง การสูบบุหรี่ซอง สื่อมวลชนส่วนใหญ่ 74.5% ไม่สูบบุหรี่ อีก 25.5% สูบหรือเคยสูบ เหตุผลที่ไม่สูบส่วนใหญ่ 39.3% ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ รองลงมา 37.7% เห็นว่า เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความถี่ในการสูบส่วนใหญ่ 38.5% สูบ 2-3 สัปดาห์ต่อซอง รองลงมา 15.4% สูบ 2-3 วันต่อซอง 

 

สถิติที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่มากถึง 76.92% คิดจะเลิกสูบ เพราะต้องการให้สุขภาพดี รองลงมาจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย 

 

แต่เมื่อถามว่า แล้วเลิกสูบบุหรี่สำเร็จหรือไม่ คำตอบที่ได้คือเลิกได้กับเลิกไม่ได้คิดเป็นสัดส่วน 50% เท่ากัน สาเหตุสำคัญที่เลิกไม่สำเร็จคือใจไม่แข็งพอ ส่วนคนที่เลิกสำเร็จ 60% บอกว่า เพราะเป็นความตั้งใจของตนเองที่จะเลิก ที่น่าสนใจคือสื่อมวลชนส่วนใหญ่ 94.12% ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เหตุผลเพราะรู้ว่าผิดกฎหมาย รองลงมาคือคนในครอบครัวไม่สูบ, เคยสูบแล้วปอดชื้น ส่วนคนที่สูบให้เหตุผลว่า ไม่ต้องหาที่ทิ้งก้นบุหรี่และเข้าใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

สำหรับพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ 62.8% ยังดื่มอยู่ ความถี่ในการดื่มนั้น 53.8% ดื่มเดือนละครั้ง รองลงมาดื่มสัปดาห์ละครั้งและนานๆ ครั้ง สถานที่ที่ดื่มส่วนใหญ่ดื่มที่บ้านตัวเอง รองลงมาดื่มที่ร้านอาหารและบ้านเพื่อน คำถามสำคัญคือ คิดจะเลิกดื่มหรือไม่ ส่วนใหญ่ 71.88% ไม่คิดจะเลิกดื่ม เพราะดื่มปริมาณน้อยและไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ส่วนคนที่คิดจะเลิกดื่มมีถึง 66.7% ที่เลิกไม่สำเร็จ เพราะยังไม่ชนะใจตัวเอง 

 

ด้านการพนัน ส่วนใหญ่ 64.7% ไม่เคยเล่นการพนัน แต่มีถึง 35.3% เคยเล่นการพนัน และมีถึง 51.9% ซื้อลอตเตอรี่ เพราะมองว่าไม่ผิดกฎหมายและไม่ใช่การพนัน รองลงมาคือหวยใต้ดิน ส่วนการเกิดอุบัตินั้นส่วนใหญ่ 80.4% ไม่เคยประสบอุบัติเหตุ คนที่เคยเกิดอุบัติเหตุสาเหตุหลักมาจากขับรถด้วยความเร็ว ตามมาด้วยผู้ใช้รถร่วมทางประมาท

 

อภิวัชร์กล่าวปิดท้ายว่า จากข้อมูลที่ได้จึงมีข้อเสนอถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ 

 

  1. ข้อเสนอในการทำงานกับองค์กรสื่อมวลชน ควรรณรงค์ให้องค์กรสื่อมวลชนกำหนดให้เป็นนโยบายหรือมาตรการองค์กร ในการตรวจสุขภาพประจำปีที่จัดให้พนักงานทุกคน ควรจะจัดให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย การแก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ การมีมาตรการองค์กร การรณรงค์ และหากสื่อต้องการเลิกบุหรี่หรือแอลกอฮอล์จะมีเทคนิคเอาชนะใจตัวเองได้อย่างไร รวมทั้งการรณรงค์เรื่องการพนันและอุบัติเหตุด้วย

 

  1. ข้อเสนอในการทำงานกับกองบรรณาธิการสื่อทั้ง 4 ประเภท โดยเสนอให้เข้าร่วมกิจกรรมของภาคี ร่วมสื่อสารสาธารณะ รณรงค์และขับเคลื่อนมาตรการและนโยบายสาธารณะด้านสุขภาวะในทุกระดับ

 

  1. ข้อเสนอต่อภาคีและ สสส. ด้วยการสื่อสารอย่างใกล้ชิด ทันท่วงที หรือยามที่ต้องการข้อมูลหรือองค์กรไปหนุนเสริม รวมทั้งจัดการประชุมร่วมกัน เพื่อสร้างแกนนำและสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาวะในทุกมิติ ซึ่ง มสส. พร้อมเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกัน

 

ขณะที่ สมหมาย ปาริจฉัตต์ คอลัมนิสต์อาวุโส รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการสำรวจทำให้เรารู้ความจริงว่า การที่เราไม่ตรวจสุขภาพประจำปีเพราะเห็นว่ายังไม่เป็นโรคอะไร การไม่ออกกำลังกายโดยอ้างว่าไม่มีเวลา หรือการสูบบุหรี่-ดื่มแอลกอฮอล์แล้วอยากจะเลิกแต่เลิกไม่ได้เพราะใจไม่แข็งพอ สื่อเองก็รู้ตัวเอง แต่คำถามคือทำไมถึงทำไม่ได้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่กระทบกับสื่อมวลชน  

 

ผลสำรวจครั้งนี้ระบุชัดว่า สื่อมวลชนที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นสื่อออนไลน์ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูง แข่งกันที่ความเร็วเป็นหลัก จึงเกิดคำถามว่า เป็นปัจจัยที่กระทบต่อสุขภาวะของสื่อมวลชนมากกว่าสื่อยุคเก่าหรือไม่

 

จึงอยากเสนอว่า นอกจากการสำรวจปัญหาสุขภาวะทางกายแล้ว อยากให้เพิ่มการสำรวจสุขภาวะทางใจและสุขภาวะทางปัญญาด้วย โดยเฉพาะสื่อมวลชนควรจะต้องสร้างปัญญาให้กับสังคม อย่างเช่น การนำเสนอข่าวสารก็ควรนำเสนอข่าวสารในเชิงสืบสวน สอบสวน ค้นหาสาเหตุของปัญหา และอยากจะให้สอบถามสื่อมวลชนเหมือนกันว่า ‘นิยามของคำว่าความสุขคืออะไร’ 

 

นอกจากนี้อยากเสนอให้มีการสำรวจสุขภาวะของอาชีพอื่นๆ ด้วย เพื่อเปรียบเทียบว่าสุขภาวะของสื่ออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ต่ำกว่า หรือสูงกว่า จะทำให้รู้ว่าสุขภาวะสื่ออยู่ในระดับใด ดี ปานกลาง ต่ำ รุนแรง หรือน่ากังวลหรือไม่ และอยากให้ตัวสื่อมวลชน องค์กรสื่อ องค์กรวิชาชีพ และองค์กรธุรกิจสื่อ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทำงานสื่อ และจะส่งผลต่อคุณภาพของงานในองค์กร อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อของสังคมด้วย


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories