×

254 วัน ‘LINE BK’ ยอดผู้ใช้เกินคาดหมาย แต่ความท้าทายคือแข่งกับ Digital Banking มองแผนอนาคตเตรียมรุกประกันและการลงทุน

02.07.2021
LINE BK

จนถึงวันนี้ (1 กรกฎาคม) LINE BK ผู้ให้บริการทางการเงินแบบ Social Banking ก็ให้บริการมา 254 วันแล้ว หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

 

ปัจจุบัน LINE BK ระบุว่า ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมเกินความคาดหมาย โดยมีผู้ใช้แล้วกว่า 2.8 ล้านบัญชี และมียอดการทำธุรกรรมรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท

 

การดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2564 ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า เป็นไปอย่างที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งโฟกัสไปที่บริการพื้นฐานที่เปิดตัวทั้ง 4 บริการ ได้แก่ บริการบัญชีเงินฝาก 3.4 ล้านบัญชี บริการบัญชีเงินออมดอกพิเศษ 75,000 บัญชี บริการบัตรเดบิต 1.4 ล้านบัตร รวมทั้งบัตรออนไลน์และบัตรเดบิตแบบแข็ง และบริการวงเงินให้ยืม

 

ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา LINE BK ได้ออกวงเงินให้ยืมนาโน (Nano Loan) สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ โดยมีวงเงินเริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกในอัตราไม่เกิน 33% จับกลุ่มเป้าหมายเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและพนักงานประจำที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ

 

ด้วยความต้องการในสภาพคล่องที่สูงมากในช่วงนี้ ส่งผลให้ธุรกิจด้านสินเชื่อเติบโตมาก โดยมียอดการสมัครวงเงินให้ยืม 4 ล้านใบสมัคร เป็นจำนวนลูกค้า 2 ล้านราย ธนาระบุว่า “ส่วนหนึ่งที่ทำให้เลขนี้สูงเกิดจากลูกค้ามีความเชื่อว่าสมัครซ้ำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะได้เอง ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะต้องมีประวัติที่ดีก่อน คนเหล่านี้จึงเป็นกลุ่มที่เรายังอนุมัติยาก”

 

ปัจจุบันยอดรวมการปล่อยสินเชื่อ (Disbursed) อยู่ที่ 14,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้างในตลาด (Outstanding) 9,000 ล้านบาท โดยมีการอนุมัติทั้งสิ้น 350,000 ราย สำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 20-25% ตอนนี้มีวงเงินกู้ยืมเฉลี่ย 35,000 บาทต่อราย และดอกเบี้ยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อยู่ที่ 33% มีวงเงินกู้ยืมเฉลี่ย 11,000 บาทต่อราย

 

ธนาระบุว่า บริการสินเชื่อตั้งเป้าเจาะตลาดแมส โดยดึงคนที่ไม่มีรายได้ประจำเข้ามาอยู่ในระบบให้ได้ ซึ่งปัจจุบันฐานลูกค้า 41% เป็นกลุ่มฟรีแลนซ์ เกษตรกร แม่ค้า ขณะที่เกิน 75% ของทั้งพอร์ตเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน

 

“ตัวเลขนี้อยู่ในอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับสถาบันใหญ่ๆ ความตั้งใจ (ดึงคนที่ไม่มีรายได้ประจำเข้ามาอยู่ในระบบ) ต้องแลกมากับความสามารถในการบริหารความเสี่ยงที่สูงด้วย ดังนั้นเพื่อแยกแยะคุณภาพการชำระหนี้ เราจะมีการแยกแยะคุณภาพการชำระหนี้และพัฒนาโมเดลเกณฑ์คำนวณการปล่อยสินเชื่อให้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะสามารถปรับระดับวงเงินไปเรื่อยๆ ได้”

 

สำหรับสัดส่วนของ NPL (สินเชื่อที่คงค้างเกิน 90 วัน/หนี้เสีย) อยู่ที่ 2% ต่อสินเชื่อทั้งหมด “หลายคนมองว่าตัวเลขเท่านี้ถือว่าต่ำ แต่ในธุรกิจเปิดใหม่ สัดส่วนสินเชื่อใหม่นั้นมีเข้ามาเรื่อยๆ โอกาสผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน ยังเห็นไม่มากนัก ดังนั้นตัวเลขนี้กับ LINE BK ยังคงไม่มีความหมายที่สำคัญขนาดนั้น” ธนากล่าวพร้อมตั้งเป้าว่าอยากบริหาร NPL ให้ไม่เกิน 5% แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่ง ณ ตอนนี้สถานการณ์ยังคงประเมินยากอยู่ โดยกลุ่มแม่ค้ารายย่อย (sSME) เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนับเป็นกลุ่มหลักของลูกค้าของ LINE BK

 

สำหรับแผนครึ่งปีหลัง LINE BK ตั้งเป้าเดินหน้าสร้างพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่ตอบโจทย์การเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

 

อย่างไรก็ตามด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูง เกิดเป็นความกังวลที่ว่ายิ่งคนต้องการเข้าถึงเงินทุนมากเท่าไหร่ สถาบันการเงินยิ่งเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เกิดเป็นวัฏจักรหันพึ่งเงินทุนนอกระบบ “ถ้าเพดานดอกเบี้ยเปลี่ยนไปเท่าไหน เราก็ต้องปรับการบริหารความเสี่ยงตามเพดาน ซึ่งจะชี้ว่าเราสามารถอนุมัติสินเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน” ปัจจุบัน LINE BK มีสัดส่วนการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) เฉลี่ยอยู่ที่ 10-20% ตามสถานการณ์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

 

สำหรับเรื่องที่ว่าความคุ้นชินของคนไทยกับการใช้ Social Banking ธนาให้ความเห็นว่า “สิ่งที่ยากที่สุดในการสู้กับธนาคารทั่วไปคือ ดิจิทัลแบงกิ้งเป็นสิ่งที่คนไทยใช้กันอยู่แล้ว เรากำลังแข่งกับสิ่งที่ทุกคนมองว่าสะดวกอยู่แล้ว ฉะนั้นการทำธุรกรรมให้ง่ายขึ้นยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายอยู่ในตอนนี้” พร้อมเสริมว่า LINE BK ยังต้องให้ความรู้กับตลาดอีกเยอะพอสมควร “หลายคนยังไม่รู้เลยว่าใน LINE BK มีโอนผ่านแชทได้”

 

ธนาตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากให้ LINE BK ขึ้นเป็นผู้เล่น Top 5 ของธุรกิจการให้บริการสินเชื่อแบบนอนแบงก์ พร้อมมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตบริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการมากยิ่งขึ้น เช่น บริการด้านการประกันและการลงทุน โดยคาดว่าอาจจะเริ่มที่ประกันก่อนอย่างเร็วภายใน 1 ปี ในการพัฒนาบริการ ส่วนเรื่องการลงทุนขอประเมินสถานการณ์ของตลาดอีกครั้ง

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น


READ MORE





Latest Stories