×

SCBAM ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,710 ปี 70 กำไร บจ.โตแกร่ง รับแรงส่งเงินลงทุน AI สู่เศรษฐกิจจริง ตั้งเป้า AUM แตะ 2.5 ล้านล้านบาทใน 3 ปี

29.10.2026
ภาพอินโฟกราฟิก SCBAM คาดการณ์ SET ปี 2570 ลุ้นแตะ 1,710 จุด รับอานิสงส์ลงทุน AI

วันนี้ (28 ตุลาคม 2569) ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถรักษาระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) มากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่อง (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569) โดยแบ่งเป็น กองทุนรวม 1.16 ล้านล้านบาท กองทุนส่วนบุคคล 201,727 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 700,296 ล้านบาท

 

 

อย่างไรก็ตาม AUM ที่ทรงตัวไม่เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นผลมาจากลูกค้าย้ายเงินออกจากกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว คิดเป็นมูลค่าราว 30,000 – 40,000 ล้านบาท เพื่อลดผลขาดทุนจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่ปรับลดลง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ เงินที่ไหลออกจากกองทุนตราสารหนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายทางการเงินและรายได้ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดยสิ้นปี 2569 คาดว่า AUM จะเติบโตประมาณ 1-2%

 

สำหรับเป้าหมายปี 2570 มุ่งขยายฐานลูกค้านำเสนอโซลูชันการลงทุนตามเป้าหมายชีวิตและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผนึกความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ฝากเงินกับธนาคารให้หันมาเริ่มลงทุนกับ SCBAM ตลอดจนเพิ่มทางเลือกกองทุนต่างประเทศและกองทุนดัชนี เพื่อรองรับการกระจายความเสี่ยงและการเติบโตระยะยาว

 

สำหรับเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (2570-2572) บริษัทตั้งเป้าขยาย AUM เพิ่มขึ้นเป็น 2 5 ล้านล้านบาท (เติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท) พร้อมกับเพิ่มจำนวนลูกค้าขึ้นเป็นเท่าตัว

 

SET ลุ้นแตะ 1,710 จุด กำไรบริษัทจดทะเบียนโตแกร่ง

 

จรัสรักษ์ วัฒนสิงหะ ผู้บริหารกลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน อัปเดตภาวะตลาดหุ้นไทยโดยในปี 2569 ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับประเมินมูลค่าดัชนีใหม่ และการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน ขับเคลื่อนโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของกำไรทั้งหมดในตลาดหุ้น

 

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างยุค AI เช่น การลงทุนใน AI Data Center, การย้ายฐานการผลิต แรงส่งจากภาคการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงสินเชื่อภาคธนาคารในรอบ 9 เดือนที่กลับมาเติบโตเป็นบวก ซึ่งช่วยหนุนการจ้างงานภายในประเทศ นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังให้อัตราเงินปันผลที่สูงเฉลี่ยเกือบ 4% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุน

 

สำหรับปี 2569 ให้เป้าหมาย SET ไว้ที่ 1,640 จุด บนระดับ P/E 14 เท่า

 

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปี 2570 ให้เป้าหมายดัชนี SET ไว้ที่ 1,710 จุด บนระดับ P/E 15 เท่า คิดเป็น Upside ราว 8% โดยการฟื้นตัวจะขับเคลื่อนด้วยกำไรของบริษัทจดทะเบียน วัฏจักรการลงทุนใหม่ และการดำเนินนโยบายภาครัฐ มากกว่าปัจจัยภายนอกอย่างกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ

 

แม้ภาพรวมกำไรของตลาดจะมีแนวโน้มทรงตัวเนื่องจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มปรับลดลงสู่ระดับปกติ แต่กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่พลังงาน เช่น อิเล็กทรอนิกส์, ท่องเที่ยว, ICT สาธารณูปโภค และการขนส่งยังคงเติบโตได้ดี

 

4 ธีมลงทุนหุ้นไทยปี 2570

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทยปี 2570 SCBAM แนะเลือกลงทุนหุ้นรายตัว (Selective Buying) ตาม 4 ธีมหลัก เพื่อรับมือกับภาวะตลาดที่ผันผวนและเติบโตแบบกระจุกตัว

 

  1. AI Supply Chain: กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เช่น หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, Data Center และกลุ่มโรงไฟฟ้า
  2. New Infrastructure Cycle: กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ของภาครัฐ ทั้งการเริ่มประมูลโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ใหม่ๆ รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP)
  3. Quality Growth: กลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไร ควบคุมต้นทุนได้ดี และมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
  4. High Dividend / Defensive: กลุ่มหุ้นปันผลสูงที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต เช่น กลุ่มธนาคาร, ICT, ท่องเที่ยว และสาธารณูปโภค

 

Agentic AI ชี้ชะตาตลาดเงินโลก

 

นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการลงทุน กล่าวว่า ตลาดการเงินโลกยังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านระเบียบโลก (Changing World Order) โดยในปี 2570 คาดว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง ได้แก่

 

1) The AI Imperative การเร่งนำ AI ไปใช้จริงและสร้างมูลค่า 2) Elevated Long-Term Rates อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยืนสูงจากการแข่งขันแย่งเงินทุน และ 3) The Age of Turbulence ความผันผวนและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อที่กลายเป็นภาวะปกติ ปัจจัยเหล่านี้จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และการจัดสรรเงินลงทุนในระยะต่อไป

 

SCBAM มองว่า AI กำลังเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งขยายการใช้งานสู่ภาคธุรกิจ โอกาสการลงทุนจึงครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนควรเน้นคัดเลือกบริษัทที่สามารถแปลงเงินลงทุนเป็นรายได้และกำไรได้จริง

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศปี 2570 SCBAM ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นเป็นสินทรัพย์หลัก แนะนำลงทุนหุ้นโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชีย ภายใต้ 3 ธีมหลัก ดังนี้

 

  • Semiconductors & Hyperscalers: กลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผลที่ได้อานิสงส์จากการเร่งตัวของงบลงทุน AI
  • Cloud Service Providers: กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ที่มี Backlog สูง และเห็นสัญญาณการทำกำไรชัดเจน
  • Cybersecurity: ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ถูกความสำคัญขึ้นมากในยุค Agentic AI คาดว่าค่าใช้จ่ายด้าน AI Security จะเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 67% ในช่วงปี 2025-2027

 

นอกจากนี้ ปีหน้ายังเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการสะสมตราสารหนี้ต่างประเทศ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้สะท้อนความกังวลด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไปมากแล้ว ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง หากราคาน้ำมันปรับเข้าสู่ระดับปกติ การลงทุนในตราสารหนี้จึงช่วยสร้างกระแสเงินสดให้กับพอร์ต

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในบางช่วงหุ้นและพันธบัตรมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น แนะนำให้นักลงทุนถือทองคำเพิ่ม ในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง เพื่อช่วยพยุงพอร์ตในช่วงที่ตลาดผันผวน


READ MORE





Latest Stories