วันนี้ (8 พฤศจิกายน) จากกรณีพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ได้นำตัว ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต สามีของปนัดดา 2 ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวตามหมายจับศาลในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 พฤศจิกายน และตรวจค้นที่พักอาศัยและมูลนิธิฯ ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี รวม 4 พื้นที่เป้าหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตลอดทั้งคืน กระทั่งนำตัวยื่นฝากขังต่อศาลในเช้าวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมคัดค้านการประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน ก่อนเตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการภายในกรอบระยะเวลา 84 วัน (หรือ 7 ฝาก)
ปนัดดา หรือบุ๋ม ไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ส่วนอธิปยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท แต่ศาลยกคำร้อง โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหาส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมีผู้เสียหายที่บริจาคเงินจำนวนกว่า 900,000 บัญชี อันเกิดจากความผิดมูลฐานฟอกเงิน ได้รับความเสียหายมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคล รวมถึงพยานหลักฐานอื่น อันจะเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอธิป
จากนั้นในช่วงเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวอธิปเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนปนัดดาเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการฝากขังระหว่างพิจารณาคดี ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ทีมโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลางว่า วานนี้ (7 พฤศจิกายน) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวอธิป อนันทวรรณ คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จากศาลอาญา เป็นผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน
เมื่อเข้าสู่เรือนจำฯ แล้ว พยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพแรกรับ พบว่าอธิปรู้สึกตัวดี สามารถตอบคำถามได้ รู้เรื่อง และช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ อย่างไรก็ดี อธิปแจ้งว่าตนเองมีโรคประจำตัว คือ โรคเกาต์และโรคไต โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลสุขุมวิทเป็นระยะเวลา 3 ปี
ส่วนเรื่องการแพ้ยาหรือแพ้อาหาร อธิปไม่มีประวัติการแพ้ใดๆ สำหรับรอยฟกช้ำตามร่างกาย อธิปแจ้งว่าเคยเข้ารับการผ่าตัดเย็บเอ็นที่ต้นแขนขวา ทั้งนี้ อธิปปฏิเสธการสูบบุหรี่ แต่ระบุว่ามีการดื่มสุราบางครั้ง และปฏิเสธการใช้สารเสพติด ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จึงส่งอธิปไปกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรคสำหรับผู้ต้องขังใหม่เป็นระยะเวลา 5 วัน ที่แดน 2 หรือแดนแรกรับ ตามมาตรการของเรือนจำ
ขณะที่ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ถูกนำตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อเวลา 17.00 น. โดยศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน (ครั้งที่ 1) ซึ่งทัณฑสถานหญิงกลางได้ดำเนินการตามกระบวนการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ ได้แก่ การจัดทำประวัติข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจร่างกาย และการประเมินสภาพจิตใจ โดยพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์ของทัณฑสถานฯ
ผลการตรวจพบว่าปนัดดามีสภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และสภาพจิตใจโดยรวมปกติ แต่มีความกังวลและเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ข้างนอก
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวปนัดดาเข้าภายในแดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อ และได้จัดเตรียมอาหารมื้อเย็น ได้แก่ แกงจืดวุ้นเส้นกับไข่ต้ม ซึ่งปนัดดาสามารถรับประทานได้ตามปกติ และยังไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ อธิปและปนัดดาสามารถปรับตัวได้ดี นอนหลับได้ และยังไม่พบภาวะความเครียดสูงหรือวิตกกังวลมากแต่อย่างใด

