×

เปิด 12 เส้นทางเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี พบโอนเข้าบัญชีส่วนตัว-สามี ซื้อทรัพย์สินและลงทุน รวมกว่า 520 ล้านบาท จากยอดบริจาค 815 ล้านบาท

โดย THE STANDARD TEAM
07.11.2026
ตำรวจสอบสวนกลางแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินมูลนิธิองค์กรทำดี

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต. ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ปนัดดา เป็นประธานมูลนิธิ และ อธิป อนันทวรรณ สามี ภายหลังมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบการรับเงินบริจาคและการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

 

โดยผลการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดรับบริจาคจนถึงปัจจุบัน มีเงินบริจาคหมุนเวียนผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 815 ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่พบธุรกรรมที่เข้าข่ายการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินประมาณ 527 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวของบุคคลที่เกี่ยวข้อง การซื้อทรัพย์สิน การลงทุน และการใช้จ่ายส่วนตัวในหลายรูปแบบ

 

จากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน เจ้าหน้าที่สามารถจำแนกเส้นทางการนำเงินออกจากบัญชีรับบริจาคได้ 12 กลุ่มรายการสำคัญ รวมมูลค่าประมาณ 520.77 ล้านบาท โดยพบรายการที่มีมูลค่าสูงสุดคือการโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวอื่นของปนัดดาอีก 9 บัญชี รวมประมาณ 243 ล้านบาท รองลงมาคือการโอนเงินให้สามี รวมประมาณ 99 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังพบการโอนเงินไปยังบิดาของปนัดดาจำนวน 28 ครั้ง รวมประมาณ 4.6 ล้านบาท และการโอนเงินให้ช่างก่อสร้างโครงการพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 18 ล้านบาท

 

สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับช่างก่อสร้างรายดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีเงินโอนผ่านบัญชีของช่างเอ๋รวมมากกว่า 90 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 72 ล้านบาท โดยพบพฤติการณ์การโอนเงินส่วนหนึ่งกลับมายังอธิปเกือบ 50 ล้านบาท ก่อนจะมีการโอนกลับเข้าบัญชีหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและความเชื่อมโยงของธุรกรรมดังกล่าว

 

ส่วนการโอนเงินไปยังบุคคลในโครงสร้างมูลนิธิ พบว่ามีเงินโอนไปยังหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิรวมประมาณ 36 ล้านบาท ขณะที่ยังพบการโอนเงินไปยังนิติบุคคล 2 แห่งที่จัดตั้งโดยช่างเอ๋ โดยแห่งแรกได้รับเงินประมาณ 2.4 ล้านบาท และอีกแห่งได้รับเงินประมาณ 17 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการนำเงินไปใช้ในธุรกรรมด้านการเงินและการลงทุน ได้แก่ การโอนเงินไปชำระเบี้ยประกันชีวิตมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งมีบุคคลอื่นเป็นผู้รับผลประโยชน์ การนำเงินไปซื้อกองทุนรวม 6 กองทุน รวมประมาณ 24 ล้านบาท ตลอดจนการซื้อเครื่องประดับและกระเป๋าแบรนด์เนม อาทิ BNM และ Hermes รวมมูลค่าประมาณ 2.77 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน ยังพบการถอนเงินสดผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารจำนวน 30 ครั้ง รวมประมาณ 42 ล้านบาท และการนำเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องไปชำระหนี้บัตรเครดิตส่วนตัวของปนัดดา 2 ใบ รวม 251 ครั้ง เป็นเงินประมาณ 19 ล้านบาท รวมถึงการนำเงินไปชำระค่าผ่อนที่พักอาศัยและค่าส่วนกลางอีกกว่า 300,000 บาท

 

สำหรับบัญชีสมทบองค์กรทำดี ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อรองรับการก่อสร้างมูลนิธิแห่งใหม่ในจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ยังพบการโอนเงินจากบัญชีดังกล่าวไปยังบัญชีส่วนตัวของปนัดดาและบุคคลอื่น โดยมีการโอนให้นักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 800,000 บาท

 

ในส่วนของบัญชีหลักที่ใช้รับบริจาคและบริหารจัดการเงิน เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีทั้งหมด 3 บัญชี ได้แก่ บัญชีส่วนตัวเดิมในชื่อกองทุนองค์กรทำดี บัญชีในนามมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีสมทบองค์กรทำดี โดยทั้ง 3 บัญชีมีปนัดดาเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายแต่เพียงผู้เดียว

 

เมื่อพิจารณาแยกตามบัญชี พบว่าบัญชีส่วนตัวเดิมในชื่อกองทุนองค์กรทำดีเป็นบัญชีที่มียอดเงินโอนเข้าและมีการผ่องถ่ายเงินออกมากที่สุด โดยพบการโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวอื่นและบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายรายการ

 

ส่วนบัญชีในนามมูลนิธิองค์กรทำดี พบการโอนเงินกลับไปยังบัญชีส่วนตัวของปนัดดาในรอบแรกประมาณ 101 ล้านบาท และมีการโอนเพิ่มเติมอีก 6 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบการโอนเงินเข้าบัญชีของอธิปประมาณ 23 ล้านบาท รวมถึงการถอนเงินสดออกจากบัญชีอีกประมาณ 21 ล้านบาท

 

ขณะที่บัญชีสมทบองค์กรทำดี พบการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของปนัดดาประมาณ 12 ล้านบาท โอนให้อธิปมากกว่า 500,000 บาท และโอนให้นักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 800,000 บาท

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพรวมการใช้จ่ายเงินบริจาค เจ้าหน้าที่พบว่าเงินที่นำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนและดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิจริงมีสัดส่วนไม่ถึง 70% ของยอดเงินบริจาคทั้งหมด หรือคิดเป็นเงินประมาณ 280 กว่าล้านบาทเท่านั้น

 

ตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมพยานหลักฐานในคดี ซึ่งนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาหลักและการเข้าตรวจค้นเป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏชื่อในเส้นทางการเงิน ทั้งคณะกรรมการมูลนิธิ บุคคลใกล้ชิด ผู้รับโอนเงิน และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาบทบาทและความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดเป็นรายบุคคลต่อไป


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories