×

9 ธุรกิจโครงการ Climate Finance Accelerator ประเทศไทย นำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุน ตั้งเป้าระดมทุนรวมราว 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 12 เดือน

โดย THE STANDARD TEAM
07.11.2026
บรรยากาศงาน CFA Thailand 2026 Investor Showcase ในกรุงเทพฯ

โครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) ประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร จัดงาน CFA Thailand 2026 Investor Showcase ที่กรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มนักลงทุน ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเข้าร่วมกว่า 90 ราย เพื่อเร่งให้เงินลงทุนจากภาคเอกชนไหลเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย

 

โครงการ CFA ประเทศไทยให้การสนับสนุนทางเทคนิคแก่ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น (Bankability) ปรับโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสม และสร้างความน่าสนใจต่อนักลงทุนและสถาบันการเงิน

 

งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักลงทุนและผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมสภาพภูมิอากาศได้พบปะและพูดคุยกันโดยตรง ซึ่งธุรกิจในโครงการรุ่นปี 2569 มีทั้งหมด 9 ราย เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายกิจการและสร้างผลกระทบสูง ครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ (1) เทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) (2) เกษตรกรรม ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดินอื่น ๆ (AFOLU) (3) ธุรกิจด้านประสิทธิภาพพลังงาน (4) พลังงานหมุนเวียน (5) ยานยนต์ไฟฟ้า (E-Mobility) และ (6) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยทั้ง 9 รายตั้งเป้าระดมทุนรวมประมาณ 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 12 เดือน และมีแผนลงทุนในระยะ 3 ปี มูลค่ารวม 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศทั้ง 9 ราย มีดังนี้:

 

  • AltoTech Global นำเทคโนโลยีอัจฉริยะและข้อมูลมาบริหารระบบฝั่งลมและฝั่งน้ำ ช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนความยั่งยืนให้กับธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม
  • C.J. Express พัฒนาโมเดลร้านค้าสีเขียว (Green Store) ที่ขยายผลได้ ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้ชุมชนท้องถิ่น
  • Compound Clay ผลิต CORRA แผ่นผนังเซรามิกที่ทำจากของเสียอุตสาหกรรม ช่วยให้งานก่อสร้างสีเขียวไม่เหลือของเสีย (Zero Waste) พร้อมลดปริมาณขยะฝังกลบและการปล่อยคาร์บอน
  • GeoAgni นำพลังงานความร้อนใต้พิภพซึ่งเป็นพลังงานปลอดคาร์บอนมาผลิตไฟฟ้า ความร้อน และความเย็นได้อย่างเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ปล่อยมลพิษ ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่มีปัญหาการผลิตที่ขาดช่วง
  • Green Paw Innovation เปลี่ยนของเสียชีวมวลให้เป็นวัสดุยั่งยืนที่เสริมด้วยกราฟีน และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • PONIX ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์บริหารพลังงานอัจฉริยะ ช่วยลดค่าไฟและการปล่อยคาร์บอน พร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย
  • RIFFAI เป็นบริษัทไทยด้านการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมและ AI (Satellite + AI Earth Observation) กำลังพัฒนาระบบข้อมูลเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) สำหรับภาคเกษตรที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart Agriculture) ทั้งในเอเชียและสหรัฐอเมริกา
  • Thara Green สร้างเครือข่ายโรงผลิตไบโอชาร์ (Biochar) แบบกระจายศูนย์ทั่วประเทศไทย เปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นไบโอชาร์ที่กักเก็บคาร์บอนได้ยาวนาน และนำไปสร้างเป็นคาร์บอนเครดิต ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภูมิภาค พร้อมสร้างรายได้จากสินทรัพย์คาร์บอนคุณภาพสูงที่ตรงกับความต้องการของนักลงทุนสถาบัน
  • TIE Smart Solutions ใช้เทคโนโลยี AIoT ช่วยให้ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) ในอาคารและโรงงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานได้จริงและวัดผลได้ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดการปล่อยคาร์บอน

 

นิโคลา พอลลิตต์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงาน CFA Thailand Investor Showcase และได้พบกับผู้ประกอบการด้านสภาพภูมิอากาศทุกท่าน การได้ฟังเรื่องราวของนวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศและได้เห็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำให้กับประเทศไทยนั้น เป็นแรงบันดาลใจสำหรับดิฉันอย่างมาก โดยความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย โดยเรามีการดำเนินงานร่วมกันในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การระดมเงินทุนสีเขียว หรือการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นโครงการ CFA จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ได้นำความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักร นวัตกรรมของไทย และเงินลงทุนมาบูรณาการเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง ดิฉันหวังว่างานในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยและจุดประกายความร่วมมืออีกมากมายระหว่างภาคธุรกิจและนักลงทุนในประเทศไทย”

 

ขณะที่ พิสิฐ ทางธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PwC ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ดำเนินโครงการ CFA ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “ธุรกิจนวัตกรรมต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนจึงจะเติบโตได้ และเมื่อความต้องการโครงการที่ยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกเพิ่มสูงขึ้น โครงการ CFA จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมธุรกิจเข้ากับนักลงทุน ผ่านโครงการ CFA เราช่วยให้ธุรกิจได้สร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการเติบโตที่วางไว้”

 

ทั้งนี้ โครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) Climate Finance Accelerator เป็นโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ (International Climate Finance: ICF) ผ่านกระทรวงความมั่นคงทางพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Department for Energy Security and Net Zero: DESNZ) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ปัจจุบันโครงการดำเนินงานใน 10 ประเทศทั่วโลก โดยพัฒนากลุ่มโครงการลงทุนที่พร้อมรับเงินทุน (Bankable Project Pipeline) เพื่อช่วยให้แต่ละประเทศบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศตามความตกลงปารีส สำหรับประเทศไทย PwC ประเทศไทยเป็นพันธมิตรผู้ดำเนินโครงการ โดยมี PwC สหราชอาณาจักรให้การสนับสนุน

 

อ้างอิง:

  • สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย

READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories