×

รมว.แรงงาน ย้ำไม่ยกเลิกศูนย์ CI ต้องพิสูจน์สัญชาติ ป้องกันสวมสิทธิกระทบมั่นคง จ่อถกทูต-ร่อนหนังสือต้านเมียนมาบังคับส่งเงินกลับ 25%

โดย THE STANDARD TEAM
06.11.2026
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แถลงมติคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เรื่องศูนย์ CI

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) ที่พรรคเพื่อไทย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีวาระสำคัญในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) เพื่อลดภาระผู้ประกอบการไม่ให้แรงงานขาดช่วงการทำงาน ซึ่งได้พูดคุยกับประเทศต้นทางคือเมียนมาและลาว ให้แรงงานยังคงต้องกลับประเทศต้นทางแต่กลับไปเพียงแค่เหยียบแผ่นดินเท่านั้น และสามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานต่อได้ทันที เพื่อให้กลไกทางเศรษฐกิจของไทยเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

จุลพันธ์กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานที่จะสิ้นสุดลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2570 ให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2572 พร้อมผ่อนผันให้แรงงาน 3 สัญชาติที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายกว่า 8 แสนคน อยู่ในไทยเป็นการชั่วคราวและทำงานได้อีก 1 ปี เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการจ้างงานและภาคเอกชนดำเนินธุรกรรมได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มทางเลือกการนำเข้าแรงงานจากประเทศศรีลังกาตามที่เคยลงนาม MOU ไว้ เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน ซึ่งที่ประชุม คบต. ได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมาได้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผ่อนผันให้อยู่ในอำเภอที่ตั้งพื้นที่พักพิงชั่วคราวโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน และขยายระยะเวลาทำงานจาก 1 ปี เป็น 2 ปี เพื่อลดภาระภาครัฐในการดูแลและเปิดทางเข้าสู่ตลาดแรงงาน ขณะเดียวกันยังได้เสนอแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่เข้ามาจัดกิจกรรมในไทย เช่น การประชุม บรรยาย สัมมนา แสดงศิลปวัฒนธรรม หรือแข่งขันกีฬา ให้ได้รับการยกเว้นเรื่องการขออนุญาตทำงาน ซึ่งจะมีการหารือกรอบกฎหมายในครั้งถัดไป

 

สำหรับประเด็นศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (ศูนย์ CI) จุลพันธ์ระบุว่า เป็นสิ่งจำเป็นในการยืนยันตัวตนจากประเทศต้นทาง และศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ของไทย 100% โดยกระทรวงแรงงานได้เชิญเอกอัครราชทูตเมียนมามาหารือแล้ว 2 ครั้ง และกำลังส่งหนังสืออย่างเป็นทางการผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยังกระทรวงแรงงานและสถานทูตเมียนมา เพื่อแสดงความห่วงใยและคัดค้านกรณีที่มีการเรียกเก็บเงิน 25 % ของรายได้ส่งกลับครอบครัว พร้อมเรียกตรวจสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือนเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการออกเอกสาร CI เนื่องจากมองว่าไม่ถูกต้องตามหลักการและขัดต่อสิทธิบุคคลในการทำงานต่างประเทศ ซึ่งไทยยืนยันขอให้แก้ไขตามกฎกติกาสากล

 

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ยกเลิกระบบ CI แล้วหันมาใช้บัตรสีชมพู จุลพันธ์ชี้แจงว่า จำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะกระบวนการยืนยันประชากร ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และข้อมูลไบโอเมตริก ต้องให้ประเทศต้นทางเป็นผู้รับรอง หากไทยยืนยันฝ่ายเดียวเหมือนในอดีต อาจเกิดปัญหาการสวมสิทธิ์และกระทบต่อความมั่นคงในการติดตามตัว ดังนั้นศูนย์ CI จึงยังมีความสำคัญ โดยจะเน้นการเจรจากับเมียนมาให้ปรับกระบวนการให้เป็นไปตามหลักสากลก่อน

 

ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา จุลพันธ์ย้ำว่า ภาครัฐมีกลไกอนุญาตให้ต่ออายุแรงงานที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วในบางกรณีผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคเอกชนและระบบเศรษฐกิจ โดยเป้าหมายหลักของกระทรวงแรงงานคือต้องการให้แรงงานทุกสัญชาติเข้ามาอยู่ในระบบและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบตัวตน ที่อยู่อาศัย รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่พึงประสงค์ในประเทศ


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories