วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ที่รัฐสภา ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงกรณีที่ พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พาดพิงว่าตนส่งข้อความผ่านไลน์ให้ผู้ประกอบการเพิ่มราคาระบบโซลาร์ ว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ตนสะท้อนไปหาพลพีร์ผ่านไลน์ส่วนตัว เป็นการสะท้อนความกังวลของประชาชน สิ่งที่ตนเรียกร้องคือบอกว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะขอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์ให้การไฟฟ้ามารับช่วงหัวคิว แล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอยกเลิกหลักเกณฑ์ให้ธนาคารการันตีประกัน 7 ปี เพราะการที่ต้องมีหนังสือค้ำประกัน เป็นการเอื้อให้ทุนรายใหญ่หรือไม่ เพราะการที่ต้องมีธนาคารการันตี ไม่ใช่ว่าจะทำให้รายเล็กมีโอกาสแข่งขันได้
ตรีรัตน์กล่าวต่อว่า ดังนั้น การไฟฟ้าไม่ควรมากำหนดว่าจะต้องวางธนาคารการันตีหรือล้างแผง 7 ปี ควรปล่อยให้กลไกตลาดแข่งขันกันเอง ส่วนใครจะเสนอราคาที่ 1.1 แสนบาท 8 หมื่นบาท 1.2 แสนบาท 1.3 แสนบาท ปล่อยให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกผู้ประกอบการในการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน แต่ตนไม่เคยมาบอกว่าเพิ่มราคาสูง ควรปล่อยให้กลไกตลาดแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรมให้ทุกคนเข้าถึงโครงการดังกล่าวได้
ตรีรัตน์กล่าวอีกว่า ตนขอฝากข้อสงสัยว่าการที่การไฟฟ้าออกแบบแบบสอบถามต้องราคา 1.1 แสนบาทเท่านั้น อาจเป็นการเอื้อให้บริษัทผู้ติดตั้ง และบริษัทอินเวอร์เตอร์ บริษัทสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เข้าข่ายมีการเอื้อให้บริษัทเหล่านี้ด้วย ราคาโซลาร์เซลล์มีหมดทุกราคา พร้อมย้ำว่าราคาโซลาร์เซลล์มีหมดตั้งแต่ 8 หมื่นบาทถึง 1.8 แสนบาท แต่หากบอกว่าการไฟฟ้าให้เลือกผู้รับเหมาไม่เกินราคา 1.4 แสนบาท แปลว่าอาจจะเอื้อให้กับบริษัทอินเวอร์เตอร์ที่สินค้าราคาถูก แต่ไม่มีตัวเลือกสำหรับสินค้าพรีเมียม
ตรีรัตน์กล่าวด้วยว่า การที่ไฟฟ้าอ้างว่าราคาตลาด ราคากลางคือ 1.4 แสนบาท เป็นการเอื้อให้กับบริษัทที่ไม่ได้มีมาตรฐานสูง เพราะสินค้าพรีเมียมราคา 1.8-2 แสนบาท ฉะนั้น สิ่งที่นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และตนในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค เสนอคือปล่อยให้ตลาดมีการแข่งขันกัน จะเอาราคา 8 หมื่นหรือแสนกว่า ก็ว่ากันไป ส่วนผู้ที่จะเข้าโครงการก็มีสิทธิ์ว่าจะเลือกเจ้าใด
ตรีรัตน์กล่าวต่อว่า สุดท้ายขอฝากรัฐมนตรีด้วย ซึ่งตนเคยพูดไปแล้วว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การไฟฟ้าไม่ต้องเอาตัวเองมาเป็นผู้ติดตั้งและแข่งขันกับผู้ประกอบการรายเล็ก เพราะวันนี้การที่ประชาชนจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ เลือกได้จ่ายสองประเภทเท่านั้นคือ เลือกจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายหรือเลือกจากเวนเดอร์เท่านั้น ซึ่งตนพูดมาตลอดหากเลือกหนึ่งในสองก็จะเอื้อให้กับคนใดคนหนึ่ง การไฟฟ้าไม่ควรเอาตัวเองมาเป็นผู้แข่งขันกับผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อย แต่ควรทำตัวเป็นผู้คุมกฎ ไม่ใช่เป็นทั้งคนเขียนกฎ ออกใบอนุญาต และเก็บใบค้ำประกัน สุดท้ายกลายเป็นคนติดตั้งแข่งกับผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อย

