เมื่อวานนี้ (18 กันยายน) อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เกาหลีใต้จะ ‘ไม่ส่งกองกำลังทหาร’ เข้าร่วมการทำสงครามกับอิหร่านตามคำร้องขอของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากการลดระดับการซ้อมรบร่วม แต่เกาหลีใต้ยังคงพิจารณาเพียงบทบาทในการ ‘คุ้มครองความปลอดภัย’ ของเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น
เปิดเหตุผลผู้นำเกาหลีใต้ ทำไมไม่ทำตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ
อีแจมยองได้ขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนว่า จะไม่มีการส่งกำลังทหารหรือยุทโธปกรณ์ทหารในรูปแบบใดๆ ที่จะทำให้เกาหลีใต้ต้องเข้าร่วมหรือพัวพันกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกดึงเข้าสู่สงครามโดยตรง ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืน ‘ต้านทานแรงกดดัน’ จากทรัมป์ ที่ต้องการให้เกาหลีใต้ส่งกำลังสนับสนุน
การตัดสินใจดังกล่าวของอีแจมยอง ยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการต่อต้านอย่างกว้างขวางของประชาชนในเกาหลีใต้ต่อการส่งทหารไปสู้รบยังต่างแดน ซึ่งการประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ช่วยยุติข้อถกเถียงและความกังวลภายในประเทศลงได้
นอกจากนี้ จุดยืนดังกล่าวยังเป็นการสงวนบทบาทไว้เฉพาะ ‘ภารกิจฟื้นฟูหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง’ (Post-Conflict Efforts) โดยเกาหลีใต้ระบุว่า จะสนับสนุนเฉพาะความพยายามพหุภาคีในการสร้างความมั่นคงและรักษาเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสงครามสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น เช่น ภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยจะไม่เข้าร่วมในระหว่างที่สงครามยังดำเนินอยู่
แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญอย่างมากต่อเกาหลีใต้ โดยคิดเป็นประมาณ 70% ของการนำเข้าน้ำมันดิบก่อนเกิดสงคราม ตลอดจนก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบปิโตรเคมี แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงเลือกรักษาจุดยืนที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของประเทศ
การตัดสินใจของ อีแจมยอง ในการปฏิเสธคำร้องขอจากสหรัฐฯ และขีดเส้นชัดเจนว่า จะไม่ส่งกำลังทหารเข้าร่วมสงครามในอิหร่าน สะท้อนถึง ‘การรักษาสมดุลระหว่างพันธมิตรทางการทูต’ กับ ‘อิสรภาพเชิงยุทธศาสตร์’ ของเกาหลีใต้
แม้การแสดงจุดยืนนี้จะช่วยสยบข้อถกเถียงและสอดคล้องกับกระแสต่อต้านของประชาชนภายในประเทศ แต่ย่อมนำมาซึ่งแรงกดดันและความท้าทายใหม่ๆ ในความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐฯ
การพยายามจำกัดบทบาทไว้เพียงภารกิจฟื้นฟูหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง จึงเป็น ‘บทพิสูจน์สำคัญ’ ที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า เกาหลีใต้จะสามารถรักษาสมดุลอันเปราะบางระหว่างการปกป้องผลประโยชน์ทางอธิปไตยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กับการพยุงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ในระยะยาวได้อย่างไร
แฟ้มภาพ: Ahn Young-Joon / Pool via Reuters
อ้างอิง:
- https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3367993/south-koreas-president-rejects-us-request-iran-war-support
- https://www.theguardian.com/world/2026/sep/18/south-korea-will-not-send-military-to-support-us-war-on-iran-defying-trump-pressure
- https://www.theguardian.com/world/2026/sep/04/south-korea-pushes-back-reports-hormuz-deployment-us-pressure


