×

ลงทุนในเวียดนามแล้ว 49,000 ล้านบาท ‘เซ็นทรัล รีเทล’ เตรียมเปิดอีกกว่า 30 สาขา โดยเทน้ำหนักไปที่ร้านขนาดเล็กในเมืองรอง

14.09.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร้อมข้อมูลการลงทุนและขยายสาขาในเวียดนาม

ทุกวันมีผู้บริโภคเดินเข้าร้านค้าและศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เวียดนามเฉลี่ยราว 500,000 คน กระจายอยู่ในเครือข่ายกว่า 300 แห่งทั่ว 26 จังหวัด บนพื้นที่ค้าปลีกรวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร โดยมีพนักงานราว 13,000 คน ซึ่ง 99.5% เป็นชาวเวียดนาม

 

 
 

ตัวเลขระดับนี้มาจากการลงทุนสะสมกว่า 49,000 ล้านบาทตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ซึ่งทำให้บริษัทสัญชาติไทยรายนี้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม

 

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ระบุว่าเวียดนามเป็น “หนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ” ของบริษัท โดยเหตุผลอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังเร่งตัว ทั้ง GDP ครึ่งแรกของปี 2569 ที่เติบโต 8.18% และไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 8.39% ขณะที่ยอดขายค้าปลีกและ Consumer Service โต 12.9% ซึ่งสะท้อนความแข็งแรงของการบริโภคภายในประเทศ

 

เมื่อตลาดยังโตในอัตรานี้ บริษัทจึงวางแผนขยายเครือข่ายกลุ่มฟู้ดเพิ่มอีกกว่า 30 สาขาภายในปี 2571

 

แผนขยายรอบใหม่เทไปที่ร้านขนาดเล็กมากกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ต

 

ภายในปี 2571 เซ็นทรัล รีเทล วางแผนเปิด GO! Hypermarket เพิ่มอีก 10-12 สาขา ขณะที่ mini go! Supermarket จะเปิดเพิ่มอีก 23-25 สาขา หรือมากกว่ากันราวสองเท่า

 

mini go! เป็นรูปแบบร้านที่บริษัทใช้ขยายเข้าสู่ตลาดต่างจังหวัดและพื้นที่เมืองรองเป็นหลัก ขณะที่ Tops Market ถูกวางไว้สำหรับเขตเมืองหลัก ส่วน GO! Hypermarket ทำหน้าที่เป็นร้านเรือธงขนาดใหญ่ การเปิดร้านเล็กมากกว่าร้านใหญ่จึงหมายความว่าการเติบโตรอบถัดไปถูกวางไว้นอกเมืองใหญ่เป็นสำคัญ

 

สองสาขาที่เปิดไปแล้วในปี 2569 ก็เดินตามแนวนี้ คือ mini go! สาขา Cu Chi ที่เปิดเมื่อเดือนมกราคม และ GO! Hypermarket สาขา Dan Phuong ที่เปิดเมื่อเดือนสิงหาคม

 

เซ็นทรัล รีเทล สรุปหลักการเลือกสาขาไว้เป็นสามข้อ คือ ‘Right Format, Right Location และ Right Proposition’ ซึ่งหมายถึงการเลือกรูปแบบร้านให้เหมาะกับทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ แทนการใช้รูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยเหตุผลที่บริษัทให้ไว้คือการรองรับกำลังซื้อของชนชั้นกลางที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น

 

เครือข่ายที่แบ่งเป็นสามขา และฐานสมาชิก 7.4 ล้านคนในไม่ถึงปี

 

โครงสร้างธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ในเวียดนามแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือฟู้ด ประกอบด้วย GO! Hypermarket, Tops Market, mini go! และ Lan Chi Mart

 

กลุ่มที่สองคือนอนฟู้ดและร้านค้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ กีฬา และแฟชั่น ได้แก่ Supersports, Kubo, Dyson, Columbia, Crocs, Hoka, Speedo และ Under Armour

 

กลุ่มที่สามคือพร็อพเพอร์ตี้อย่าง GO! Mall ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมแบรนด์ต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์เข้ากับร้านค้าเช่าที่เป็นผู้ประกอบการเวียดนามอีกกว่า 400 ราย

 

สิ่งที่ร้อยทั้งสามกลุ่มเข้าด้วยกันคือระบบสมาชิก The 1 Vietnam ซึ่งขยายครอบคลุมทั้งธุรกิจฟู้ดและนอนฟู้ด และมีสมาชิกมากกว่า 7.4 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี เป็นฐานข้อมูลที่บริษัทจะใช้ต่อยอดไปสู่โปรแกรมสะสมคะแนนและประสบการณ์แบบ Omnichannel ต่อไป

 

‘Pantry of Vietnam’ กับการทำให้ไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นมากกว่าที่ซื้อของ

 

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ระบุว่ากลุ่มฟู้ดเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในเวียดนาม โดยเป้าหมายที่วางไว้คือการเป็น ‘Pantry of Vietnam’ หรือจุดหมายด้านอาหารที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ผ่านสินค้าที่สดใหม่ หลากหลาย ปลอดภัย และคุ้มค่า

 

การยกระดับที่ทำอยู่เน้นไปที่ GO! Hypermarket ซึ่งถูกวางจุดยืนเป็น Fresh Food Destination ควบคู่กับการเติมคอนเซ็ปต์ Bakery และ Eatery เข้าไปในร้าน เพื่อเปลี่ยนไฮเปอร์มาร์เก็ตให้เป็นพื้นที่ที่ครอบครัวเข้ามาช้อป กินข้าว และใช้เวลาร่วมกันได้ในคราวเดียว

 

การมี Store Format หลายแบบตั้งแต่ไฮเปอร์มาร์เก็ตไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก ถูกมองว่าเป็นจุดแข็งที่ทำให้บริษัทเลือกขยายได้ยืดหยุ่นตามศักยภาพของแต่ละทำเล ซึ่งสอดคล้องกับแผนที่เทน้ำหนักไปยังเมืองรอง

 

พนักงาน 99.5% เป็นคนเวียดนาม สินค้ากว่า 90% ผลิตในประเทศ

 

อีกชุดตัวเลขที่เซ็นทรัล รีเทล ยกขึ้นมาควบคู่กับการเติบโต คือระดับการฝังตัวอยู่ในเศรษฐกิจเวียดนาม เริ่มจากสัดส่วนพนักงานชาวเวียดนามที่ 99.5% ต่อด้วยสินค้าที่จำหน่ายในห้างร้านของเครือซึ่งมากกว่า 90% มาจากแหล่งผลิตในประเทศ

 

ในฝั่งซัพพลายเชน บริษัททำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นมากกว่า 2,000 ราย เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการเข้าสู่ช่องทางจัดจำหน่ายสมัยใหม่ พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรในการผลักดันสินค้าเวียดนามออกสู่ตลาดต่างประเทศ

 

สุทธิสารสรุปว่าการเติบโตของบริษัทให้น้ำหนักกับการสร้างโอกาสและผลกระทบเชิงเศรษฐกิจต่อชุมชนท้องถิ่นตลอดซัพพลายเชน ตั้งแต่การจ้างงานไปจนถึงการเปิดทางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย มากกว่าการวัดผลที่จำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Better for Vietnam’

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories