วานนี้ (7 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงทิศทางยุทธศาสตร์ประเทศด้านอุตสาหกรรมอวกาศ ช่วงหนึ่งว่า อุตสาหกรรมอวกาศ คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่เรามีศักยภาพ และเป็น Growth Engine ใหม่ของไทย
พร้อมเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ก้าวข้ามมิติทางเศรษฐกิจไปสู่ความมั่นคงระดับ National Sovereignty โดยดาวเทียมถือเป็น Critical Infrastructure ที่เป็นหัวใจในการจัดการภัยพิบัติ บริหารทรัพยากร การเกษตร และความมั่นคง การสร้างขีดความสามารถในการผลิตดาวเทียมเองจึงเป็นการลงทุนเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุอีกว่า ตนพร้อมด้วย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานบอร์ด GISTDA ได้ลงพื้นที่หารือเชิงลึกกับบริษัท Orbitworks ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็น Case Study สำคัญในการตั้งโรงงานผลิตดาวเทียมเชิงพาณิชย์ และสามารถก้าวกระโดดจากศูนย์สู่ดาวเทียมดวงแรกในเวลาเพียง 2 ปี โดยจากการวิเคราะห์ Key Success Factors ร่วมกับทางบริษัท พบว่าหัวใจสำคัญคือการดึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกมาร่วมทุนเพื่อเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลไกที่รัฐทำหน้าที่เป็น First Adopter เพื่อสร้างอุปสงค์ตั้งต้นให้อุตสาหกรรมยืนหยัดได้
สำหรับประเทศไทยมีต้นทุนที่ดี ทั้งองค์ความรู้เชิงประจักษ์จากโครงการ THEOS-2 ของ GISTDA, Supply Chain ด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มแข็ง และสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมผลิตวิศวกรอวกาศ โดยโจทย์ท้าทายในขณะนี้คือการบูรณาการ Ecosystem เหล่านี้เข้าด้วยกันผ่านพาร์ทเนอร์เชิงยุทธศาสตร์
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุด้วยว่า “เราต้องเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง ‘ผู้นำเข้า’ สู่การเป็น ‘ผู้สร้างเทคโนโลยี’ และต้องมากกว่าการตอบสนองความต้องการในประเทศ แต่ต้องก้าวไปถึงระดับส่งออก เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอวกาศเป็น Growth Engine ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม”


